การเตรียมเมือกแมงกะพรุนแห้งสำหรับประยุกต์ใช้ในการตกตะกอนสารปนเปื้อนในน้ำ
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
สมัชญา จันทร์สว่าง, ศรัณย์พร ประสงค์ดี, สกุณา ขันทอง
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
มนัส สิทธิโชคธรรม
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ในช่วงปลายฝนต้นหนาวมีปรากฏการณ์แมงกะพรุนลอยเต็มท้องทะเลกินพื้นที่หลายตารางกิโลเมตร โดยเฉพาะบริเวณชายหาดจังหวัดตราด ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ ตรัง และกระบี่ จึงเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของนักท่องเที่ยวขณะที่ชาวบ้านพากันนำแมงกะพรุนไปแปรรูปเพื่อนำไปขาย ในปัจจุบันโรงงานอาหารกระป๋องนำแมงกะพรุนมาผลิตเป็นแมงกะพรุนกระป๋องเนื่องจากแมงกะพรุนมีคุณค่าทางโภชนาการ คือ มีโปรตีนสูง แต่มีไขมันคอเลสเตอรอล และแคลอรี่ต่ำ โดยเฉพาะโปรตีนประเภทคอลาเจนที่รับประทานได้ ประกอบด้วยแร่ธาตุอีกหลายชนิด ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส ไอโอดีน เหล็ก และวิตามิน นอกจากนี้แมงกะพรุนยังมีสรรพคุณทางยาโดยเชื่อว่า การรับประทานแมงกะพรุนจะช่วยรักษาโรคข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง อาการปวดหลัง แผลพุพอง โรคหืด อาการท้องผูก และทำให้ผิวหนังอ่อนนุ่มได้ ในส่วนของการรับประทานจะรับประทานเฉพาะส่วนของเนื้อแมงกะพรุน ทำให้มีการหลงเหลือของเมือกแมงกะพรุนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากแมงกะพรุนจะปล่อยเมือกออกมาเพื่อป้องกันตัวเองหลังจากมันรู้สึกถูกคุกคาม ในขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการนำเมือกแมงกะพรุนไปใช้ประโยชน์ เนื่องจากมีผู้ให้ความสนใจน้อย แต่ยังพบงานวิจัยที่กล่าวว่าเมือกแมงกะพรุนมีคุณสมบัติในการเป็นชั้นกรองไมโครพลาสติก และคุณสมบัตินี้หาได้ยากตามธรรมชาติ เพราะสิ่งมีชีวิตอื่นจะดูดซับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกาย และยังพบงานวิจัยอีกว่า เมือกแมงกะพรุนสามารถทำให้สิ่งปนเปื้อนตกตะกอนได้ เพราะมีมิวซิน(mucin) เป็นไกลโคโปรตีน(glycoprotein) ซึ่งเป็นตัวสำคัญในการจับกับสิ่งปนเปื้อนให้หนักและตกตะกอน แต่ยังมีข้อจำกัดอยู่ว่าเมื่อเราได้เมือกแมงกะพรุนมาแล้วมาแล้วจะต้องมีการจัดเก็บในอุณหภูมิ -20 องศา-เซลเซียส จึงเป็นปัญหาในการจัดเก็บรักษาและการนำไปใช้งาน
ทางคณะผู้จัดทำได้เล็งเห็นถึงปัญหาในการจัดเก็บรักษาและการนำไปใช้งานในรูปแบบของเมือกสด จึงวางแผนทำการแปรรูปเมือกของแมงกะพรุน เพื่อทำให้มีการจัดเก็บรักษา ใช้งานได้ง่ายขึ้นและยังคงคุณภาพของมิวซินที่ทำให้สารปนเปื้อนตกตะกอน