สารสกัดหยาบจากกระเทียม หอมหัวใหญ่ และหัวผักกาดต่อพฤติกรรมการตอบสนองของหอยทาก
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
กมลชนก ทองกูล, บัณณิกา ตรงต่อการ, ญานิตา พนมวัน ณ อยุธยา
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
สุวารี พงศ์ธีระวรรณ, เฉลิมพร พงศ์ธีระวรรณ
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
การศึกษาพฤติกรรมการตอบสนองของทากต่อสารสกัดหยาบจากพืชจัดทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการกัดกินผลผลิตทางการเกษตรของหอยทากมีผลทำให้ราคาของผลผลิตไม่ดีและได้ผลผลิตที่ไม่มีคุณภาพ การใช้สารเคมีในการกำจัดหอยทากสารเคมีที่ใช้คือเมทัลดีไฮด์ ที่สลายตัวได้ง่ายจึงทำให้ต้องใช้ในปริมาณมากเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และสารชนิดนี้ยังเป็นอันตรายต่อสัตว์มีกระดูกสันหลัง จึงต้องการหาวิธีการในการป้องกันหอยทากไม่ให้หอยทากมากัดกินผลผลิตทางการเกษตรโดยใช้สารสกัดจากธรรมชาติ จึงได้ทำการสกัดสารจากธรรมชาติโดยนำพืชที่มีกำมะถันมาเป็นส่วนประกอบ เนื่องจากได้ศึกษาพบว่า หอยทากมีอวัยวะรับกลิ่นที่ดีและหลีกหนีกลิ่นกำมะถัน ในการศึกษาครั้งนี้ได้คัดเลือกสารสกัดจากพืชที่มีกลิ่นกำมะถัน คือ กระเทียม หอมหัวใหญ่ และหัวผักกาด มาสกัดด้วยวิธีที่ต่างกัน คือ สกัดด้วยวิธีกล สกัดด้วยเอทิลแอลกอฮอล์ เมทิลแอลกอฮอล์ สกัดด้วยความร้อน และสกัดน้ำมันหอมระเหย ในการทดลองพบว่าหอยทากยักษ์จะมีการรับรู้และหลีกหนีสารสกัดจากกระเทียมด้วยเมทิลแอลกอฮอล์ 98 % วิธีการนำสารสกัดจากกระเทียมไปใช้คือ การใช้ชุดกระจายกลิ่น จะสามารถไล่หอยมทากได้ไกลเกินกว่า 5 เมตร ในห้องทดลอง และระยะไกล 4 เมตรในสภาพจริง สามารถใช้งานได้นานถึง 6 วันจากสารสกัด 2 ml สำหรับการกระจายกลิ่นด้วยไม้งา จะมีอายุการใช้งานสารสกัดน้อยกว่าการใช้อุปกรณ์กระจายกลิ่น แต่มากกว่าการหยดสารสกัดลงบนสำลี ที่ระเหยได้ง่ายกว่า เก็บสารสกัดไว้ได้น้อย จึงมีระยะเวลาในการใช้งานได้น้อยกว่า วิธีการที่สิ้นเปลืองสารเคมีมากที่สุดคือการใช้สเปรย์ฉีดพ่น ซึ่งมีระยะทางในการไล่หอยทากน้อยที่สุดด้วย ดังนั้นในการตรวจสอบพฤติกรรมของหอยทากสยามในการตอบสนองต่อสารสกัดจากพืช ทำให้สามารถนำสารสกัดจากพืชไปใช้ไล่หอยทากไม่ให้มาทำลายผลผลิตทางการเกษตรโดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ทำลายนิเวศของหอยทาก