การประยุกต์ใช้คลื่นเสียงร้องของจิ้งหรีดเพื่อการคัดแยกเพศและความสมบูรณ์ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อการจำหน่าย

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ณัฐภัทร เเสนใจยา, ชญานิจ วงศ์ษา, อาริยา ทิพพิลา

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เกียรติศักดิ์ อินราษฎร

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

จิ้งหรีดพันธุ์ทองแดงเป็นแมลงเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมในการเพาะเลี้ยงสร้างรายได้แก่เกษตรกร ทั้งนี้การคัดแยกเพศและความสมบูรณ์ของจิ้งหรีดมีความสำคัญต่อเกษตรกร เนื่องจากจิ้งหรีดเพศเมียตัวเต็มวัยที่อยู่ในระยะตั้งท้องมีราคาสูงกว่าจิ้งหรีดเพศผู้ถึง 2.5 เท่า โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการใช้คลื่นเสียงร้องของจิ้งหรีดเพื่อการคัดแยกเพศและความสมบูรณ์ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อการจำหน่าย โดยแบ่งการทดลองเป็น 2 การทดลอง ดังนี้ การทดลองที่ 1 ศึกษาคลื่นเสียงของจิ้งหรีดเพศผู้และเพศเมียในช่วงวัยต่างๆ 3 ระยะ คือ แรกรุ่น ( 30 วันหลังออกจากไข่) รุ่นกลาง (45 วันหลังออกจากไข่) และตัวเต็มวัย (60 วันหลังออกจากไข่) นำไปใส่ในกล่องบันทึกเสียงร้อง นำเสียงร้องที่บึนทึกได้เปรียบเทียบความแตกต่างของคลื่นเสียงโดยใช้โปรแกรม Audacity พบว่าจิ้งหรีดเพศผู้และเพศเมียตัวเต็มวัยมีคลื่นเสียงที่มีความถี่และแอมพลิจูดที่แตกต่างจากช่วงวัยอื่นๆ อย่างชัดเจน การทดลองที่ 2 ศึกษาผลของเสียงร้องต่อการตอบสนองของจิ้งหรีดในแต่ละช่วงวัย โดยนำจิ้งหรีดตัวผู้ตัวเต็มวัยใส่กล่องทดสอบปล่อยให้ร้องโดยไม่ให้เห็นตัว แล้วปล่อยจิ้งหรีดเพศผู้และเพศเมียระยะต่างๆ พบว่าจิ้งหรีดเพศผู้ตัวเต็มวัยจะเข้าใกล้เสียงร้องของจิ้งหรีดเพศเมียตัวเต็มวัยทั้งๆ ที่ไม่เห็นตัวมากกว่าจิ้งหรีดเพศเมียตัวเต็มวัยถึง 9.2 เท่า ในขณะที่เสียงร้องดังกล่าวไม่มีผลต่อจิ้งหรีดวัยอื่นๆ จากการทดลองนี้จึงมีความเป็นไปได้ในการนำคลื่นเสียงของจิ้งหรีดมาใช้ในการคัดแยกเพศและความสมบูรณ์ของจิ้งหรีดที่จะจับเพื่อจำหน่าย ซึ่งในการทดลองสุดท้ายได้พัฒนาอุปกรณ์ในการปล่อยคลื่นเสียงร้องของจิ้งหรีดเพศผู้ตัวเต็มวัยเพื่อใช้ในการจับจิ้งหรีดเพศเมียตัวเต็มวัยนำไปทดสอบในกล่องเพาะเลี้ยง พบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีความแม่นยำในการคัดแยกเพศและความสมบูรณ์ของจิ้งหรีดได้สูง ช่วยให้เกษตรกรลดเวลาในการคัดแยกได้ดีกว่าวิธีการดั้งเดิมถึง 3.2 เท่า