การเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการละลายโฟมโพลีสไตรรีนของสาร D-limonene จากส้มเขียวหวานและสาร Pinene จากผักชีลาว
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
พณณกร พิเชฐศิรประภา, พีรรัชธาดา สิทธิเกรียงไกร
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
ช่อรัก วงศ์สวรรค์
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
“โฟม”เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่เข้ามามีบทบาทหน้าที่สำคัญในการใช้ชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในด้านบรรจุภัณฑ์ สิ่งของเครื่องใช้ วัสดุต่างๆ ส่วนใหญ่จะมีการใช้งานในรูปแบบบรรจุภัณฑ์ แต่มีอายุการใช้งานสั้นที่สุด และกลายเป็นขยะทันที จึงเป็นภาระในการจัดการขยะมูลฝอยอย่างมาก ในปัจจุบันโฟนเข้ามามีบทบาทในชีวิตและมีแนวโน้มที่จะมากขึ้น และเนื่องจากโฟมที่ผ่านการใช้งานแล้วไม่เสื่อมสภาพหรือสลายตัวโดยง่าย ทำให้ขยะประเภทโฟมยังคงอยู่ในสภาพแวดล้อมเป็นเวลานาน เป็นภาระในการกำจัดและจัดการเป็นอย่างมาก โฟม ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งมลพิษทางอากาศ การทำลายชั้นบรรยากาศ และภาวะโลกร้อน (เพชรลดา เกียรติมงคลกุล, 2560) ทำให้ต้องกำจัดขยะประเภทโฟมโฟมเพื่อลดปัญหาเหล่านี้
ปริมาณและสัดส่วนของขยะประเภทโฟมในปัจจุบันนั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และโฟมเป็นขยะที่มีความคงทนและทนต่อแรงอัดสูงได้ ใช้เวลาในการย่อยสลายถึง400ปี ทำให้เกิดปัญหาด้านมลพิษ สิ้นเปลืองงบประมาณและพื้นที่ฝังกลบ (พลอยทราย แก้วไทรฮะ, 2553) และการกำจัดขยะประเภทโฟมโดยการเผาทำลายนั้น จะต้องมีความระมัดระวังสูงโดยต้องควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมเพื่อเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดต่อประชาชน แต่การกำจัดด้วยวิธีการเผาทำลายนั้นยังสามารถทำให้เกิดมลพิษในด้านต่างๆ ดังนั้นจึงต้องมีวิธีในการย่อยสลายโฟมด้วยสารธรรมชาติ และก่อให้เกิดมลพิษที่น้อย เพื่อลดปัญหามลพิษที่เกิดจากกระบวนการกำจัดโฟม
D-limonene เป็นสารธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการละลายโฟม โดย D-limonene สามารถพบได้ในพืชตระกูลส้ม เช่น ส้ม มะนาว ซึ่งสารนี้จะอยู่บริเวณผิวเปลือก มีลักษณะคือเป็นของเหลวไม่มีสีถึงสีเหลือง มีจุดเดือดอยู่ที่ 176˚c และมีจุดหลอมเหลวที่ -96˚c นิยมนำมาใช้เป็นวัตถุปรุงแต่งกลิ่นรสในอุตสาหกรรมอาหาร และนำมาใช้ในการแต่งกลิ่นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เช่น สบู่ แชมพู เป็นต้น และสาร Pinene เป็นสารธรรมชาติเช่นเดียวกับ D-limonene ส่วนใหญ่จะพบมากในสน พืชตระกูลกัญชา ผักชีลาว Pinene มีจุดเดือดอยู่ที่ 155-156˚c และมีจุดหลอมเหลวอยู่ที่
-62 ถึง -55˚c ไพนีนที่ผ่านการออกซิเดชั่นกับตัวเร่งปฏิกิริยาบางตัวใช้เป็นส่วนประกอบในน้ำหอม ไพนีนเคยใช้เป็นยาต้านมะเร็งในทางการแพทย์จีน รวมทั้งเป็นยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อ ยาขับเสมหะ และยาขยายหลอดลม และมีสมบัติในการละลายโฟมเช่นเดียวกันกับ D-limonene
ดังนั้นทางคณะผู้จัดทำจึงสนใจที่จะศึกษาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการละลายโฟมของสาร Pinene ในผักชีลาว และ D-limonene ในส้มเขียวหวานเพื่อรับรู้ประสิทธิภาพการละลายโฟมในสารที่มาจากธรรมชาติที่ดีที่สุด