การเดินทางของลูกยางบนเส้นทางคณิตศาสตร์
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
จิรรัตน์ ยังประดิษฐ, ชนากานต์ วัฒกร
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
มณธิชา คล้ายแก้ว, ศุภสฤษฎ์ ชาปัญญา
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ในปัจจุบันต้นยางนาเป็นเป็นพืชที่มีความต้องการในอุตสาหกรรมการใช้ไม้เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความง่ายและสะดวกในการแปรรูปพร้อมทั้งยังได้ปริมาณไม้ที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการใช้ไม้ชนิดอื่นที่มีขนาดเดียวกัน ซึ่งไม้ยางนาได้นำมาใช้ในการก่อสร้างทั่วไป และไม่เพียงแต่การนำเนื้อไม้มาใช้ประโยชน์โดยตรง ต้นยางนายังเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติ เนื่องจากลำต้นที่ความสูงใหญ่สามารถเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆในป่าไม้ได้และยังให้ร่มเงาที่ร่มเย็นแก่เราด้วย จึงเห็นแล้วว่าต้นยางนานั้นมีประโยชน์มหาศาล แต่ในประเทศไทยเราตอนนี้ต้นยางนาได้สูญพันธ์ไปมากแล้ว เนื่องด้วยการบุกรุกพื้นที่ป่าบ้าง การถอดและตัดทิ้งเพื่อนำพื้นที่บริเวณนั้นๆไปใช้ประโยชน์ทางด้านอื่น ตัวอย่างเช่น ในปีพุทธศักราช 2503 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเสด็จฯ ผ่านอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี สองข้างทางมีต้นยางขนาดใหญ่ขึ้นอยู่มาก มีพระราชดำริที่จะสงวนบริเวณป่าต้นยางนี้ไว้เป็นสวนสาธารณะด้วยพระราชทรัพย์ แต่ไม่สามารถจัดถวายตามพระราชประสงค์เพราะมีราษฎรเข้ามาทำไร่ทำสวนในบริเวณนั้นมาก จะต้องจ่ายเงินทดแทนในการจัดหาที่ใหม่ในอัตราที่ไม่สามารถจัดได้ เมื่อไม่สามารถดำเนินการปกปักรักษาต้นยางนาที่อำเภอท่ายางได้ จึงทรงทดลองปลูกต้นยางเอง โดยทรงเพาะเมล็ดที่เก็บจากต้นยางนาในเขตอำเภอท่ายาง ในกระถางบนพระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล หัวหิน และทรงปลูกต้นยางนาเหล่านั้น ในแปลงทดลองป่าสาธิตใกล้พระตำหนักเรือนต้น สวนจิตรลดา พร้อมข้าราชบริพาร จำนวน 1,250 ต้น ต้นยางที่ท่ายางสูญสิ้นแต่พันธุกรรมของยางนาเหล่านั้นยังอนุรักษ์ไว้ได้ที่สวนจิตรลดา และอีกประการหนึ่งที่ทำให้ยางนาสูญพันธ์ไปนั้นก็คือ การขยายพันธุ์ตามธรรมชาติไม้ยางนาขยายพันธุ์ตามธรรมชาติได้แต่อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ดีนัก ทั้งนี้เพราะสาเหตุบางประการ คือ เมล็ดไม้ยางจะแก่จัดและร่วงหล่นในช่วงฤดูร้อนซึ่งความชื้นในดินมีน้อยมากจนไม่อาจกระตุ้นให้เมล็ดงอกได้ และในช่วงฤดูดังกล่าวการเกิดไฟป่ามีเป็นประจำทำให้กล้าไม้ที่งอกได้หลังจากเมล็ดร่วงหล่นหรือลูกไม้ที่งอกในฤดูกาลที่ผ่านมาถูกไฟป่าเผาไหม้ตายหมดก็ได้ไม้ยางนาค่อนข้างจะไม่ทนไฟเลยเมื่ออายุยังน้อย โดยธรรมชาติเมล็ดยางนาเป็นพวกrecalcitrantไม่สามารถจะเก็บรักษาในที่มีอุณหภูมิต่ำหรือมีความชื้นต่ำได้เมล็ดที่ร่วงหล่นในเดือนมีนาคม-เมษายนจะสูญเสียการงอกไปหมดสิ้นแล้วเมื่อฝนเริ่มตกในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนจึงไม่มีกล้าไม้งอกให้พบเห็นได้และเนื่องจากเมล็ดไม้ยางนามีปีกจึงปลิวไปตกได้ไกลๆจากแหล่งเดิมในที่โล่งเตียนก็จะแห้งตายไปดังกล่าวข้างต้นหรือถ้าตกในป่าธรรมชาติจริงๆอาจจะไม่ถึงพื้นดินโดยตรงเพราะความหนาแน่นของวัชพืชหรือไม้ชั้นล่างโอกาสงอกหรือรอดตายจึงไม่มีดังนั้นการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติของไม้ยางนาแม้จะเกิดขึ้นได้แต่อัตราการรอดตายต่ำมากจนดูเหมือนว่าการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติของไม้ชนิดนี้ไม่ดีและจะต้องช่วยเหลือการขยายพันธุ์โดยการปลูกสร้างขึ้นใหม่
ดังนั้นกลุ่มของข้าพเจ้าจึงต้องการศึกษาเกี่ยวกับลักษณะการตกของลูกยางนาเพื่อที่จะสามารถเพิ่มอัตราการรอดของต้นยางนาที่เกิดจากการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติได้ เพื่อเป็นการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์แก่ป่าไม้ ได้ช่วยในการรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ต่อไป และเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อไป