การศึกษาประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UV ของสกัดสารไลโคปีนจากดอกกระเจี๊ยบแดงด้วยวิธีอัลตราไวโอเลต สเปกโทรโฟโตเมทรี

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ทิพย์สุดา ทิมขลิบ, เกวลิน ภักดี

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

จารุวรรณ จงทอง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

สารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) เป็นสารกลุ่มหนึ่งที่พบอยู่ทั่วไปในพืช ผักและผลไม้ ร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถสร้างแคโรทีนอยด์ขึ้นเองได้ แต่แคโรทีนอยด์มีความสําคัญต่อสุขภาพ ร่างกายของมนุษยเป็นอย่างมาก ในรายงานการวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าแคโรทีนอยด์มีความสําคัญต่อสุขภาพ(ปวันรัตน์ วิหงส์.ปริมาณสารไลโคปีนและเบต้าแคโรทีนในตัวอย่างฟักข้าวจากสายต้นต่างๆ.2559) โดยช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็งและโรคหัวใจ นอกจากนี้ สารกลุ่มแคโรทีนอยด์ เช่น เบต้าแคโรทีนและไลโคปีน ยังช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ(Anti-oxidant) เป็นสารป้องกันการเกิดความผิดปกติของสายตาและผิวพรรณ รวมถึงโรคอื่น ๆ ที่มีสาเหตุมาจากปฏิกิริยาออกซิเดชันในร่างกาย สําหรับปริมาณของแคโรทีนอยด์ที่มนุษย์ควรได้2รับต่อวันนั้น แตกต่างกันไปตามอายุและพฤติกรรมการดําเนินชีวิต โดยทั่วไปร่างกายควรได้รับแคโรทีนอยด์ประมาณ 5-20 มิลลิกรัมต่อวัน ดังนั้นการ รับประทานอาหารที่มีองค์ประกอบของแคโรทีนอยด์ จึงช่วยสร้างเสริมสุขภาพและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างยิ่ง จากประโยชน์ของสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoids)ที่มีชนิดไลโคปีนดังกล่าวข้างต้น จึงได้มีการนําไลโคปีนไปเป็นวัตถุดิบที่สําคัญในอุตสาหกรรมอาหารและยาอย่างกว้างขวางส่งผลให้มีงานวิจัยที่ทําการศึกษาเกี่ยวกับวิธีการสกัดและวิธีการวิเคราะห์หาปริมาณไลโคปีนในตัวอย่างผักและผลไม้เกิดขึ้นเป็นจํานวนมาก จากเหตุผลดังกล่าว จึงทำให้ผู้ศึกษาเกิดแนวคิดที่จะสกัดสารไลโคปีนจากดอกกระเจี๊ยบแดงโดยใช้วิธีของการสกัดสารไลโคปีนจากฟักข้าวด้วยเอทิลแลคเตทซึ่งเป็นตัวทําละลายที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทําใหไลโคปีนที่สกัดได้จากดอกกระเจี๊ยบแดงเหมาะสมกับการนําไปประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารหรือเครื่องสําอางต่าง ๆ