การศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดไคโตซานจากคราบกระดองปูนาร่วมกับสารสกัดกานพลูเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาหัวพันธุ์หอมแดง
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ชุติมา นามโพธิ์ษา, ณัฐริญาวรรณ จันทะรัตน์, ประวีณา หาสีโน
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
วีรยุทธ ทองแดง
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
การศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดไคโตซานจากคราบกระดองปูนาร่วมกับสารสกัดกานพลูเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาหัวพันธุ์หอมแดง มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสารเคลือบผิวไคโตซานที่สกัดจากเกล็ดปลานิลเพื่อลดอัตราการสูญเสียน้ำหนักของหอมแดง 2) ศึกษาผลของสารสกัดกานพลูต่อการยับยั้งการเจริญของเชื้อราดำ 3) ศึกษารูปแบบการเก็บรักษาที่ส่งผลต่อคุณภาพของหอมแดง มีกระบวนการศึกษาดังนี้คือ 1) ศึกษาสารเคลือบผิวไคโตซานที่สกัดจากกระปูนาและเกล็ดปลานิลในระดับความเข้มข้นที่แตกต่างกัน 2) ศึกษาสารเคลือบผิวไคโตซานที่สกัดจากเกล็ดปลานิลร่วมกับสารสกัดยูจีนอลต่อคุณภาพของหอมแดง 3) ศึกษารูปแบบการเก็บรักษาที่ส่งผลต่อคุณภาพของหอมแดง
จากการศึกษาพบว่าปริมาณไคโตซานที่สกัดจากเกล็ดปลามากกว่าไคโตซานที่สกัดจากกระดองปูนาอยู่ร้อยละ 36.35 มีค่าระดับการกำจัดหมู่อะซิติล และค่าดัชนีความขาวมากกว่าอยู่ร้อยละ 36.43 และ 22.01 ความเข้มข้นของไคโตซานที่ดีที่สุดอยู่ที่ 5% ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์การงอกมากที่สุด มีเปอร์เซ็นต์การเน่าเสียและการสูญเสียน้ำหนักอยู่ที่ร้อยละ 80 , 0 และ 14.44±6.99 ตามลำดับ แล้วศึกษาผลของสารสกัดกานพลต่อการยับยั้งการเจริญของเชื้อราดำ พบว่าปริมาณยูจีนอลที่ใช้ตัวทำละลายเอทาอลมากกกว่ายูจีนอลที่ใช้ตัวทำละลายน้ำกลั่นอยู่ 20% และความเข้มข้นของยูจีนอลที่ดีที่สุดคือ 10% ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์การเกิดราดำน้อยที่สุด และมีระยะเวลาการเกิดราดำช้าที่สุดอยู่ที่ 20% และ 31±3.38 วัน และศึกษาสารเคลือบผิวไคโตซานที่สกัดจากเกล็ดปลานิลร่วมกับสารสกัดยูจีนอลต่อคุณภาพของหอมแดง พบว่าชุดการทดลองที่ดีที่สุดคือการเคลือบผิวไคโตซานความเข้มข้น 5%หลังการเคลือบผิวยูจีนอลความเข้มข้น 10% ซึ่งมีอัตราการเกิดหอมแดงมากที่สุดและเร็วที่สุดอยู่ที่ 100% และ1.4±0.70 วัน มีเปอร์เซ็นต์การสูญเสียน้ำหนัก การเกิดราดำ และการเน่าเสียของหอมแดงน้อยที่สุดอยู่ที่ร้อยละ 1.9±1.25, 10 และ 0 ตามลำดับ