การศึกษาประสิทธิภาพในการรักษาคุณภาพของผลไม้ระหว่างการเคลือบด้วยฟิล์มเคลือบเพคตินจากธรรมชาติและสารเคลือบผลไม้สังเคราะห์
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
กัญญาพัชร ชัยวงค์, ธัญชนก ปิญญามูล
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
นัดดา สุธรรมมิกร
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ในแต่ละปีประเทศไทยมีการผลิตและส่งออกผลไม้เพื่อบริโภคภายในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศเป็นจำนวนมากจากรายงานของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในปี 2563 พบว่าไทยมีมูลค่าการส่งออกผลไม้สดและแห้งสูงถึง 4,151.30 ล้านเหรียญสหรัฐนอกจากนั้นความต้องการบริโภคภายในประเทศก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างไรก็ตามกลุ่มผู้วิจัยสังเกตว่าผลไม้บางชนิดมีการเคลือบผิวด้วยสารสังเคราะห์เพื่อลดการสูญเสียน้ำจากผลไม้และยืดอายุในการเก็บรักษาผลไม้ให้นานยิ่งขึ้นผลไม้บางชนิดผู้บริโภคนิยมรับประทานพร้อมเปลือกเช่นแอปเปิลดังนั้นผู้วิจัยจึงสนในที่จะศึกษาเกี่ยวกับสารสกัดเพคตินจากธรรมชาติที่มีความปลอดภัยสามารถนำมาใช้เคลือบเปลือกผลไม้โดยทำการสกัดเพคตินจากเปลือกถั่วลิสงและเปลือกมะนาวและนำมาเคลือบผลไม้เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้เคลือบผลการทดลองพบว่าสารเพคตินจากเปลือกถั่วลิสงและเปลือกมะนาวสามารถยืดอายุการเก็บรักษาของสตอรเบอร์รี่และมะเขือเทศได้เป็นอย่างดีเทียบเท่ากับการเคลือบด้วยสารเพคตินมาตรฐานเมื่อวัดเปอร์เซ็นต์การสูญเสียน้ำของสตอรเบอร์รี่และมะเขือเทศที่ลดลงพบว่ากลุ่มที่เคลือบด้วยสารสกัดจากถั่วช่วยลดการสูญเสียน้ำได้ดีกว่าไม่เคลือบ (negative control) ถึง 30.74% และ 50.13% ตามลำดับสำหรับสารสกัดจากเปลือกมะนาวพบว่าช่วยลดการสูญเสียน้ำและรักษาคุณภาพของผลไม้ทั้งในสตอรเบอร์รี่และมะเขือเทศเท่ากับ 30.44% และ 43.83% ตามลำดับจากการทดลองนี้แสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากเพคตินจากเปลือกถั่วและเปลือกมะนาวช่วยรักษาคุณภาพของผลไม้ได้ดีแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับผลไม้ที่ไม่เคลือบ (P <0.05, one-way ANOVA) นอกจากนี้ต้นทุนที่ใช้ในการผลิตสารเคลือบจากธรรมชาติมีราคาถูกหากมีการพัฒนาต่อยอดไปใช้ในการเกษตรจริงจะช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตกรและเพิ่มมูลค่าให้กับขยะชีวะมวลเหล่านี้ต่อไป