การศึกษาผลของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าใต้ผิวดินที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของฟ้าทะลายโจร

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

เขมจิรา อุ่นวิเศษ, โชติกา มูลสาร

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ธนภณ อุ่นวิเศษ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนชุมพลโพนพิสัย

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ธรรมชาติของน้ำอีกข้อหนึ่งที่มีผลต่อการเจริญโตของพืช คือ การจับรวมตัวกันเป็นกลุ่มโมเลกุลของน้ำ โดยปกติธรรมชาติ น้ำจะมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มโมเลกุลขนาดต่างๆ ตามแต่อิทธิพลของพลังแม่เหล็กไฟฟ้ารอบๆ ตัว ถ้ากลุ่มโมเลกุลของน้ำยิ่งเล็กก็จะทำให้น้ำสามารถเคลื่อนผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้ดียิ่งขึ้น น้ำที่ได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามากหรือนานเกินไปจะมีโครงสร้างกลุ่มโมเลกุลที่ใหญ่ขึ้น ตัวอย่างเช่น โดยทั่วไปน้ำประปาจะจับตัวเป็นกลุ่มละประมาณ 14 โมเลกุล แต่เมื่อได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามากถึงขั้นเป็นอันตรายต่อร่างกาย น้ำจะปรับการจับตัวเป็นกลุ่มละ 30 โมเลกุล ซึ่งทำให้ผ่านเข้าออกเซลล์ได้ยากขึ้น จึงนำสารอาหารต่างๆ ไปหล่อเลี้ยงเซลล์ได้ไม่เต็มที่ ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถนำของเสียจากภายในเซลล์ออกมาทิ้งภายนอกได้โดยสะดวก เกิดการหมักหมมและเป็นพิษอยู่ภายใน ทำให้เซลล์อ่อนแอลงและเสื่อมคุณภาพ เป็นผลให้ภูมิคุ้มกันเชื้อโรคบกพร่อง และเกิดโรคต่างๆ ตามมาได้ง่าย

ฟ้าทะลายโจร พืชที่เป็นที่ประเทศไทยมีความต้องการเป็นจำนวนมากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) แต่การเพาะปลูกไม่ทันต่อความต้องการต้องการ

คณะผู้จัดทำโครงงานจึงมีแนวคิดศึกษาคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของ ฟ้าทะลายโจรเพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพและเพิ่มผลผลิต สำหรับใช้ในการรักษาโรค โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19)