โครงงานวัสดุกันกระแทกจากกาบกล้วย

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ภูริชญา พรพาณิช​พันธุ์​, ปวันรัตน์ เฟื่องฟุ้ง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ศศิธร ณ ระนอง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

เนื่องจากในปัจจุบันนี้มีการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น สินค้าบางชิ้นมีความเปราะบางสูงและแตกง่าย อาทิ แก้วน้ำ เป็นต้น ทำให้ผู้ส่งสินค้าต้องใส่วัสดุกันกระแทก(ในที่นี้คือโฟมตัวหนอน)มาเพื่อป้องกันการแตกหักของสิ้นค้าชิ้นนั้นเป็นจำนวนมาก ส่งผลต่อการเกิดปัญหาขยะขยะ ซึ่งโฟมจะต้องใช้เวลานานในการย่อยสลาย จึงตกค้างเป็นขยะมลพิษในธรรมชาติ ทางผู้จัดทำจึงเล็งเห็นว่า หากใช้กาบกล้วยมาผลิตโฟมตัวหนอนแทนโฟมจะช่วยลดปัญหาขยะมลพิษเหล่านี้ไปได้ และสามารถใช้ได้อย่างแพร่หลายเนื่องจากกล้วยเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ทั่วประเทศ และหาได้ง่าย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดปัญหาขยะมลพิษที่เกิดจากโฟมกันกระแทก ศึกษาวิธีการประดิษฐ์วัสดุกันกระแทกจากกาบกล้วย ทดสอบประสิทธิภาพในการกันแรงกระแทกของวัสดุกันกระแทกจากกาบกล้วย

โครงงานมีขั้นตอนการทดลองดังนี้ นำกาบกล้วยมาตัดเป็นชิ้นๆที่มีความกว้างและความยาวเท่ากันหลายๆชิ้น แล้วนำกาบกล้วยที่ตัดแล้วไปตากแห้งในแดดอุณหภูมิ30-37องศาเซลเซียสจนแห้งสนิท เมื่อกาบกล้วยแห้งสนิทแล้วจึงนำมาวัดความยาวของกาบกล้วยใหม่ เพื่อหาค่าประมาณของความยาวที่ลดลงไปของกาบกล้วยเมื่อแห้งสนิทแล้ว จึงตัดกาบกล้วยด้วยความยาวที่เมื่อตากแดดจนแห้งสนิทแล้วจะมีขนาด5ซม. นำกาบกล้วยที่ตัดแล้วไปตากแดดจนแห้งสนิท แล้วจึงทดลองนำกาบกล้วยเหล่านั้นใส่ลงในกล่องพัสดุกล่องที่1จำนวน70ชิ้นพร้อมกับแก้วน้ำเซรามิก1ใบ ส่วนกล่องพัสดุกล่องที่2ใส่โฟมตัวหนอน70ชิ้นและแก้วน้ำเซรามิก1ใบ และทำการจำลองการขนส่ง มี2วิธี ได้แก่ 1.ทดลองส่งโดยไปรษณีย์ ระยะทางคือจากที่ทำการไปรษณีย์ สาขากระบี่ จนถึง โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย ตรัง 2.ทดลองโยนลงมาจากที่สูง1-2เมตร ทำการทดลองใหม่อีกประมาณ2ครั้งเพื่อความแน่นอนในผลการทดลอง จึงพิจารณาดูว่าวัสดุกันกระแทกจากกาบกล้วยมีประสิทธิภาพเทียบเท่าโฟมตัวหนอนหรือไม่ ด้วยการหารอยแตกของแก้วน้ำเซรามิก ถ้าไม่มีทั้ง3ครั้งถือว่ามีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับโฟมตัวหนอน