การศึกษาเปรียบเทียบผลข้างเคียงของการใช้น้ำมันกัญชาที่ไม่ได้มาจากส่วนประกอบกัญชา 100%

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ณฐนนท์ ลือวิฑูรเวชกิจ, ปารมี พินสมพงษ์, รัชชานนท์ ชะวะศิริ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สิริรัตน์ อิทธินภาพรรณ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

กัญชา เป็นพืชในวงศ์ Cannabidaceae มี 3 สายพันธุที่พบบ่อยคือ Cannabis sativa, Cannabis indica และ Cannabis rudealis สำหรับสายพันธุ์ที่พบมากในประเทศเทศใทยจะเป็นสายพันธุ์ Cannabis sativa ซึ่งสามารถเจริญเติบโต ได้ดีในลักษณะอากาศแบบร้อนชื้น มีสรรพคุณทางการแพทย์ สามารถใช้ระงับอาการปวด เพิ่มความอยากอาหาร ลดการ อาเจียน คลายกล้ามเนื้อ และลดอาการขักได้ การสกัดสารสำคัญจากต้นกัญชาใช้วิธีวิเคราะห์แบบ High Performance Liquid Chromatography (HPLC) และ Spectrometric method ซึ่งสามารถแยกสารบริสุทธิ์ชนิดต่างๆ จากต้นกัญชาออกมาได้ ตลอดจนสามารถวิเคราะห์หาสูตรโครงสร้างทางโมเลกุลของสารแต่ละชนิดได้ จากการศึกษาดังกล่าวพบว่าต้นกัญชามี ส่วนประกอบของสารเคมีมากกว่า 450 ชนิด โดยมากกว่า 60 ชนิดเป็นสารกลุ่มแคนนาบินอยด์ (cannabinoids) มีองค์ ประกอบหลักคือ THC และสารชนิดอื่นในกลุ่มเดียวกัน เช่น Cannabinol (CBN), Cannabidiol (CBD), Cannabichtomme (CBC), Cannabigerol (CBG) เป็นด้น THC เป็น psychoactive compound ซึ่งส่วนใหญ่จะจับกับ cannabinoid receptors ซึ่งพบอยู่ 2 กลุ่มหลักคือ CB1 และ CB2โดย CB1 จะพบมากที่ (1) ระบบประสาทส่วนกลาง (Central nerve system) โดยเฉพาะในส่วน basal ganglia, hippocampus, cerebellum และ cortex ซึ่งสะท้อนกลไกการเกิด psychotropic effects ของ THC ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักในสารสกัดกัญชา และ (2)ในระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral nerve system)ในขณะที่ CB2 receptors จะพบที่เนื้อเยื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (Immune system)4,5 ดังนั้นจีงมีผลต่อ ความอยากอาหาร การย่อยอาหาร อารมณ์ ความรู้สึก ความจำ การเรียนรู้ และพฤติกรรม นอกจากนี้ยังมีการค้นพบว่าอาจมี receptors อื่นๆ ที่อาจมาทำหน้าที่เช่นเดียวกับ cannabinoids receptors ในทางกลับกัน CBD มีความสามารถในการจับกับ CB1 และ CB2 receptors แบบโดยตรงได้เพียงเล็กน้อย แต่มีลักษณะเป็น negative allosteric modulator กับ CB1 receptor ซึ่งส่งผลกับการทำงานกับ receptors อื่นๆ ทำให้สามารถลดอาการปวด อาการ อักเสบ และลดความกังวลได้ การค้นพบกลไกการออกฤทธิ้ของสารกลุ่มนี้ รวมถึงการค้นพบ endocannabinoids ซึ่งเป็น endogenous agonists ของ cannabinoids receptors เช่น N-arachidonoyl-ethanolamine (AEA; anandamide) และ 2-arachidonoylglycerol (2-AG) ทำให้มีความเช้าใจในกลไกการออกถุทของสารกลุ่มนี้รวมถึงผลช้างเคียง มากยิ่งขึ้น อาการช้างเคียงทีพบบ่อยในการใช้นั้ามันกัญขาคือ ง่วงซึม มีนงง ปวดศีรษะ การมองเห็นไม่ขัดเจน ปากแห้ง วิตก กังวล มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ คลีนไล้ มีความผิดปกติของการรับรู้ อาการทีใม่ค่อยพบเข่น เดินเซ ซึมเศร้า ท้องเสีย ความดันตํ่า หวาดระแวง และ ปวดท้อง อาเจียน (cannabis hyperemesis syndrome) ซึงทำให้ไม่เหมาะในการใช้สารกลุ่ม นื้กับผู้ที่ตั้งครรภ์ ผู้ที่อยู่ระหว่างการให้นมบุตรและผู้ป่วยจิตเวข ส่วนการใช้กับผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจและโรคควมดันควรอยู่ใน ความดูแลอย่างใกล้ขีด ไม่ควรใช้สารกลุ่มนี้ร่วมกับยากลุ่ม CNS depressants อย่างไรก็ตามเนื่องจากนั้ามันกัญขายังจัดเป็นวัตถุเสพติดในประเทศไทย แม้เพีงอบุญาตให้สามารถนำมาทำการ ศึกษาวิจัยทางการแพทย์ได้ แต่การทำการวิจัยก็ยังไม่แพร่หลายมากนัก กลไกการออฤทธิ์,ของสารกลุ่มนี๋ใบการรักษาโรคบาง ขนิดทีกล่าวมาแล้วนั้นถึงแม้จะมีความขัดเจนมากชื้นแต่ยังไม่มีความครอบคลุมสำหรับทุกโรค และยังคงต้องรอผลการวิจัยเพีม เติมทางคลินิกให้มากกว่านี้ นื่จีงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กลุ่มของพวกผมเลือกทีจะทำโครงงานเรื่องนี้ เพีอทีจะศึกษาว่านั้ามัน กัญขาที่ไม่ได้มีส่วนประกอบมาจากกัญขา 100% มีผลกระทบต่อร่างกายของผู้ใช้มากกว่าหรือน้อยกว่านั้ามันกัญขาที่สกัดมา จากกัญขา organic 100% เพื่อที่จะตอบข้อสงสัยของคนหลายๆคนว่าการใช้นั้ามันกัญขาแล้วจะไม่มีผลช้างเคียงต่อร่างกาย หรือไม่