การพัฒนาอาหารเลี้ยงปลานิลจิตรลดาจากฟางข้าวหมักด้วยมูลไส้เดือน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กมลชนก โชติรัตน์, กนกลักษณ์ ชุณหพงศ์พิเชฐ, ภัทริตา อินทานุกูล

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สุวารี พงศ์ธีระวรรณ, เฉลิมพร พงศ์ธีระวรรณ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2560

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปลานิลจิตรลดา เป็นอาหารที่นิยมบริโภคในประเทศไทย จึงมีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย แต่ในการเลี้ยงปลาเกษตรกรจะประสบปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิตสูง ทำให้ราคาปลาสูงตามไปด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าสภาพน้ำเน่าเสียง่ายเนื่องจากเลี้ยงแบบแออัด เมื่อสภาพแวดล้อมของปลาเปลี่ยนไปปลาจะกินอาหารน้อยลง อาหารจึงเหลือมากขึ้น เป็นสาเหตุให้น้ำเน่าเสียและปลาเป็นโรคตามมา อีกทั้งการเลี้ยงด้วยอาหารเม็ดปลาจะมีไขมันสูง เกษตรกรจึงจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะและสารเคมีเพื่อให้ปลารอดมีอัตราการชีวิตสูงขึ้น จากการสังเกต พบว่าปลาที่อยู่ในนาข้าวมีการเจริญเติบโตได้ดี มีอัตราการรอดชีวิตสูง น้ำไม่เน่าเสีย อีกทั้งไม่ต้องให้อาหารแก่ปลา จึงนำฟางข้าวมาเป็นอาหารของปลานิลจิตรลดา เพื่อลดต้นทุนการผลิต และช่วยให้น้ำไม่เน่าเสีย จากการทดลองพบว่า ปลากินฟางข้าวที่เปื่อยยุ่ย จากการทดสอบพบว่าในฟางข้าวมีแทนนิน สามารถยับยั้งจุลินทรีย์ได้ เมื่อนำฟางข้าวมาหมักด้วยมูลไส้เดือน ฟางข้าวย่อยสลาย CMC ได้ดี จะถูกย่อยเร็วขึ้นมากกว่าการหมักด้วย EM. เวลาที่เหมาะสมในการหมักคือ 15 วัน สามารถเพิ่ม ไรแดง หนอนแดงและสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำ และนอกจากนั้นยังส่งผลให้พืชน้ำที่ใช้ทดลองคือสาหร่าย และผักบุ้งเจริญเติบโตได้ดี เมื่อนำไปเป็นอาหารของปลา โดยการให้สลับวัน พบว่าการให้อาหารฟางข้าวหมักด้วยมูลไส้เดือนดิน โดยให้สลับวันกับอาหารเม็ด มีผลทำให้ค่า DO ของน้ำสูงกว่ากินอาหารเม็ด 3.6 และค่า pH ของน้ำที่เลี้ยงด้วยอาหารเม็ดจะมีค่า 6 ปลามีความแข็งแรง เคลื่อนไหวเร็ว สีเข้มสม่ำเสมอตลอดลำตัว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้อัตราการรอดชีวิตของปลาสูง100 % ดังนั้นฟางข้าวที่หมักด้วยมูลไส้เดือนในอัตราส่วน 1:1.5 เป็นเวลา 15 วันขึ้นไป มีความเหมาะสมที่จะเป็นอาหารของปลานิลจิตรลดาได้