ประสิทธิภาพในการดูดซับความชื้นของสตาร์ชในผลกล้วยหอมทองดิบ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

คุณานนต์ สุขมาลัย, เกศรา เเซ่จิ้ว, จิรวงศ์ ศรีเมือง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

อารีพันธุ์ หวังอีน, ธดา ยกอินทร์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนพุนพินพิทยาคม

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ชื่อโครงงาน : ประสิทธิภาพในการดูดซับความชื้นของสตาร์ชในผลกล้วยหอมทองดิบ

The efficiency of Using Staech in Asorbing a Humidity form Unripe Banana “Gros Michel”

สาจา:วัสดุศาสตร์

ระดับชั้น:มัธยมศึกษาปีที่ 2- 6

ผู้ทำโครงงาน:1. เด็กชายคุณานนต์ สุขมาลัย 2. เด็กหญิงเกศรา เเซ่จิ้ว 3. เด็กชายจิรวงศ์ ศรีเมือง

ที่ปรึกษา:1. นางสาวอารีพันธุ์ หวังอีน 2. นายธดา ยกอินทร์

โรงเรียน:พุนพินพิทยาคม ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

บทคัดย่อ

โครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภททดลองเรื่อง ประสิทธิภาพในการดูดซับความชื้นของสตาร์ชในผลกล้วยหอมทองดิบ มีแนวคิดมาจากการ จากการสังเกตเห็นกล้วยในท้องถิ่น มีจานวนมาก และกล้วยล้นตลาด คณะผู้ทดลองจึงมีความคิดที่จะ นำกล้วยมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด โดยการศึกษาและทำการทดลองเพื่อหาความสามารถในการดูดความชื้นจากวัสดุธรรมชาติ จากนั้นศึกษาวิธีการผลิตวัสดุดูดความชื้นจากธรรมชาติ เพื่อเป็นแนวทางในการใช้วัสดุดูดความชื้นจากธรรมชาติแทนสารเคมีดูดความชื้น และหาแนวทางในการเพิ่มคุณค่าให้กับพืชเศรษฐกิจของไทยเช่นกล้วยต่อไป จากการศึกษาพบว่ากล้วยดิบจะมีแป้งทนการย่อย ( Resistant Starch ) ซึ่ง มีปริมาณ RS ( Resistant Starch ) ที่สูง จึงเกิดความคิด นำกล้วยดิบ ที่มีคุณสมบัติในการดูดซับ มาทดลองหาประสิทธิภาพการดูดความชื้น ซึ่งถือว่าเป็นวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น ที่น่าศึกษาเพื่อหาวัสดุดูดความชื้นทดแทน ซิลิก้า ที่เป็นสารเคมีอันตราย และไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงนำกล้วยในท้องถิ่น 4 สายพันธุ์มาทดลองเปรียบเทียบ และศึกษาวิธีการผลิต ให้เป็นวัสดุสำหรับดูดซับความชื้น ผลการศึกษาสรุปได้ว่า ผลการศึกษาเปรียบเทียบกล้วย 4 สายพันธุ์ สายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพในการดูดซับความชื้นได้ดีที่สุดคือ กล้วยหอมทองดิบ ผลการศึกษาเปรียบเทียบ อายุกล้วยหอมทองหลังแทงปลี ที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการดูดซับความชื้น ได้ดีที่สุดคือ อายุ 11 สัปดาห์หลังแทงปลี ผลการศึกษาเปรียบเทียบรูปทรงของชิ้นส่วนกล้วยหอมทองดิบที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการดูดซับความชื้น ได้ดีที่สุดคือ แบบแผ่นสี่เหลี่ยมเล็ก ผลการศึกษา วิธีการทำกล้วยหอมทองดิบเรื่องประสิทธิภาพในการดูดซับที่ดีที่สุด คือ วิธีการคั่ว ผลการศึกษาเปรียบเทียบ ประสิทธิภาพในการดูดซับความชื้นของกล้วยหอมทองดิบ กับสารดูดความชื้น (ซิลิก้า) มีประสิทธิภาพในการดูดซับความชื้นได้ดีใกล้เคียงกัน คือต่างกัน 1-10 % และผลการศึกษาการผสมน้ำมันหอมระเหยสมุนไพร ในกล้วยหอมทองดิบแบบคั่ว เพื่อทำเป็นถุงหอมดูดความชื้นสามารถดูดซับความชื้น ได้ 672 ชั่วโมง หรือ 28 วัน และคงกลิ่นหอมได้ถึง 336 ชั่วโมง หรือ 14 วัน การทดลองนี้จึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการเพิ่มคุณค่าให้กับวัสดุในท้องถิ่น และการลดการใช้สารเคมีที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายความพอเพียงต่อไป