การพัฒนาผลิตภัณฑ์เยลลี่จากสารสกัดฟ้าทะลายโจรสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีภาวะกลืนลำบาก

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ศรัณยพงศ์ ธนนันท์โสภณ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

กานต์มณี สุขเกษม, ดุสิต อธินุวัฒน์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม)

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ฟ้าทะลายโจร (Andrographis paniculata (Burm.f.) Nees) เป็นยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ ใช้บรรเทาอาการหวัด เจ็บคอ และอาการโควิด-19 ที่มีความรุนแรงน้อย แต่ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบยาเม็ดและยาแคปซูล ทำให้เกิดปัญหาการกลืนยาในผู้ป่วยที่มีภาวะกลืนลำบาก ดังนั้นวัตถุประสงค์ของโครงงานนี้เพื่อศึกษาปริมาณสารสำคัญในสารสกัดหยาบเอทานอลและสารสกัดบริสุทธิ์ andrographolide (Food grade) จากฟ้าทะลายโจรด้วยเทคนิค High Performance Liquid Chromatography (HPLC) ศึกษาความคงสภาพของสารสกัดหยาบและสารสกัดบริสุทธิ์ภายใต้สภาวะรุนแรง พัฒนาสูตรเยลลี่ที่มีส่วนผสมของสารสกัดหยาบและเยลลี่ที่มีส่วนผสมของสารสกัดบริสุทธิ์สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีภาวะกลืนลำบาก ศึกษาลักษณะทางกายภาพและทางเคมีของสูตรเยลลี่ ศึกษาการยอมรับทางประสาทสัมผัสของเยลลี่ที่มีส่วนผสมของสารสกัดหยาบและเยลลี่ที่มีส่วนผสมของสารสกัดบริสุทธิ์จากฟ้าทะลายโจรในอาสาสมัคร ศึกษาความสามารถในการออกฤทธิ์ต้านการอักเสบ และวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการเพื่อให้ได้เยลลี่ต้นแบบสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีภาะกลืนลำบาก จากผลการสกัดผงยาฟ้าทะลายโจรด้วยการหมัก 95% เอทานอล ผลผลิตของสารสกัดหยาบเอทานอลเท่ากับ 14.46% มีปริมาณสารสำคัญ andrographolide เท่ากับ 214.03 ± 6.56 mg/g ของสารสกัด และมีเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ของ andrographolide อยู่ที่ 36.44% ส่วนสารสกัดบริสุทธิ์ andrographolide (Food grade) มีความบริสุทธิ์อยู่ที่ 99% เมื่อนำสารสกัดหยาบและสารสกัดบริสุทธิ์มาทดสอบความคงตัวของสารภายในสภาวะรุนแรงพบว่า สารสกัดหยาบและสารสกัดบริสุทธิ์มีความคงตัวต่อความอุณหภูมิและความชื้น แต่ไม่คงตัวต่อความเป็นกรด โดยมีปริมาณสาร andrographolide ลดลงแตกต่างจากกลุ่มปกติอย่างมีนัยสำคัญ จากการศึกษาอัตราส่วนของสารทำให้เกิดเจลพบว่า อะการ์-อะการ์ 0.6% เจลาติน 0.6% และแซนแทนกัม 0.2% เป็นอัตราส่วนที่เหมาะสมที่สุด จากการตั้งสูตรเยลลี่สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีภาะกลืนลำบาก โดยมีตัวแปรควบคุม คือ ปริมาณตัวยาสำคัญ (สารสกัดหยาบและสารสกัดบริสุทธิ์จากฟ้าทะลายโจร) ปริมาณสารทำให้เกิดเจล (อะการ์-อะการ์ เจลาติน และแซนแทนกัม) ตัวแปรอิสระ คือ ปริมาณสารแต่งรสหวาน (กลูโคสไซรัป และน้ำตาลทรายขาว) และสารแต่งกลิ่นรส (น้ำองุ่นขาวเข้มข้น) พบว่าสูตรที่ 9.1.3 กับ 9.1.4 ของเยลลี่ที่มีส่วนผสมสารสกัดหยาบ และสูตรที่ 9.1.7 กับ 9.1.8 ของเยลลี่ที่มีส่วนผสมสารสกัดบริสุทธิ์ มีความเหมาะสม เพราะมีกลิ่นหอม เป็นก้อนยืดหยุ่นดี และมีความขมน้อยที่สุด จึงถูกคัดเลือกเพื่อนำไปทดสอบการยอมรับทางประสาทสัมผัสของเยลลี่ในอาสาสมัครที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ จากผลการทดสอบพบว่าคะแนนความชอบโดยรวมมากที่สุด คือ เยลลี่ที่มีส่วนผสมของสารสกัดบริสุทธิ์ สูตรที่ 9.1.8 ซึ่งมีปริมาณสาร andrographolide 45 mg ในเยลลี่ 100 mL มีรสขมน้อยที่สุด จึงนำมาพัฒนาต่อโดยใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล พบว่าสูตรที่ 9.1.8.1 ที่ใช้หญ้าหวานกลิ่นดั้งเดิม มีคะแนนความชอบโดยรวมมากที่สุด ความสามารถในการออกฤทธิ์ต้านการอักเสบวิธีการยับยั้งการหลั่งไนตริกออกไซด์ของสารสกัดบริสุทธิ์เมื่ออยู่ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เยลลี่สูตรที่ 9.1.8.1 ไม่ลดลงเมื่อเทียบกับสารสกัดบริสุทธิ์รูปแบบเดิม มีปริมาณสารสำคัญ andrographolide คงเหลือเท่ากับ 97.84% และมีค่าพลังงานทั้งหมดต่อหนึ่งหน่วยบริโภค (100 g) เท่ากับ 15 kcal น้ำตาล 0 g และพลังงานจากไขมัน 0 kcal ดังนั้นเยลลี่ที่มีส่วนผสมของสารสกัดบริสุทธิ์ สูตรหญ้าหวานกลิ่นดั้งเดิม (สูตรที่ 9.1.8.1) จึงเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์เยลลี่จากฟ้าทะลายโจรที่มีศักยภาพในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia) รวมไปถึงผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) และภาวะไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia) ได้อีกด้วย โดยความสามารถในการออกฤทธิ์ของสารบริสุทธิ์ในผลิตภัณฑ์เยลลี่ยังคงเท่าเดิม