การศึกษารูปแบบโรคพาร์กินสันเพื่อสร้างเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยวินิจฉัยการเกิดโรคพาร์กินสันจากภาพแสกนสมอง

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ทรอย ฮอร์ตัน

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

กิดาการ ศิริ, วรลักษณ์ ภู่สูงเนิน

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ โดยผู้สูงอายุในปี 2565 นั้นมีมากถึง 12,116,199 คน คิดเป็น 18.3% ของประชากรทั้งหมด (ระบบสถิติทางการทะเบียน, 2565) ซึ่งการมีอายุที่เพิ่มขึ้นนั้นมีโอกาสในการที่จะเป็นโรคร้ายทางสมองหลายโรค โดยหนึ่งในนั้นคือโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease; PD) โรคพาร์กินสันถูกจัดเป็นโรคร้ายแรงทางสมองที่พบบ่อยเป็นอันดับ 2 รองจากโรคอัลไซเมอร์ (ผศ.นพ.จิระพัฒน์ อุกะโชค, 2563) โรคพาร์กินสันนั้นกำลังเป็นกันอย่างเพิ่มขึ้นทวีคูณในสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งตามสถิติแล้วมักพบในผู้สูงอายุที่มีอายุเฉลี่ย 60-65 ปี โดยผู้สูงอายุคนไทยมีโอกาสเป็นพาร์กินสัน 1-1.5 แสนคน (พญ.อรอนงค์ โพธิ์แก้ววรางกูล, 2563) จากข้อมูลปัจจุบัน โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่ยังไม่มียาหรือการรักษาจนหายขาดได้ ดังนั้นผู้ที่เป็นจะมีอาการที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่เป็นจนหลาย ๆ ครั้งผู้ป่วยก็ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ มากไปกว่านั้นแล้ว ในบางกรณีความรุนแรงของโรคพาร์กินสันอาจก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมาได้เช่นกัน โรคพาร์กินสันสามารถวินิจฉัยผ่านหลายช่องทาง ซึ่งหนึ่งในวิธีการวินิจฉัยคือการถ่ายภาพสแกนสมองประเภท Magnetic Resonance Imaging หรือ MRI ภาพที่ได้เป็นภาพตามระนาบทั้งแนวขวาง แนวยาวและแนวเฉียง เป็น 3 มิติ ที่มีความชัดเจนกว่า การถ่ายภาพรังสีส่วนตัดอาศัยคอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan ทำให้แพทย์สามารถตรวจวินิจฉัยความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตามการวินิจฉัยด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงยังมีข้อจำกัดด้านจำนวนบุคลากร จำนวนข้อมูลที่วิเคราะห์ได้ต่อระยะเวลาที่ใช้วิเคราะห์

จากข้อจำกัดที่ได้กล่าวมาข้างต้น ผู้จัดทำโครงงานจึงคิดค้นซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence; AI) ที่ช่วยทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากและลดเวลาการวินิจฉัยข้อมูล โดยนำคู่ภาพสแกน MRI ของสมองคนปกติกับสมองผู้ป่วยโรคพาร์กินสันในระยะเริ่มต้นมาใช้ฝึกโมเดลเพื่อคาดการณ์ว่าภาพสแกนสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence; AI) ซี่งจะช่วยในการวินิจฉัยการเป็นโรคพาร์กินสันจากภาพถ่ายสแกนสมองประเภท MRI ได้เร็วขึ้น และเป็นต้นแบบของแนวทางป้องกันและชะลอการเกิดโรคพาร์กินสันในผู้สูงอายุในประเทศไทย (Protection & Prevention) สุดท้ายนี้ ผู้พัฒนาโครงงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่าซอฟต์แวร์ต้นแบบนี้จะมีส่วนช่วยในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่สามารถสนับสนุนการตัดสินใจของแพทย์ และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในวงการแพทย์และคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ผ่านกระบวนการของการนำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์มาร่วมกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์