การพัฒนาแผ่นไม้ปาร์ติเคิลทนไฟจากต้นดอกบัวตองแนวทางในการใช้ประโยชน์เพื่อลดผลกระทบจากพืชรุกรานและPM 2.5 ในเขตภาคเหนือ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

จิรวรรณ อินต๊ะมา, ฤทธิพร พรหมวะนา, ณัฐญาดา ศรีคำ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เกียรติศักดิ์ อินราษฎร, นาถยา อุตมา

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ต้นดอกบัวตองเป็นพืชรุกรานที่มีความสามารถในการกระจายในพื้นที่ภาคเหนือของไทย แม้จะมีดอกสี

สวยงามแต่ก็เป็นสาเหตุส าคัญของการสูญพันธุ์ไม้ท้องถิ่นหลายชนิด รวมทั้งในฤดูแล้งต้นดอกบัวตองจะแห้ง

และไม่มีการน าไปใช้ประโยชน์จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีที่ท าให้เกิดไฟไหม้สร้างมลพิษและเกิด PM 2.5 ที่มี

ผลกระทบต่อสุขภาพ การน าต้นดอกบัวตองซึ่งมีเนื้อไม้เหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการ

แก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้น โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการขึ้นรูปแผ่นไม้ปาร์ติเกิลทนไฟ

จากต้นบัวตองเพื่อใช้เป็นวัสดุผนังภายในอาคาร ด้วยกระบวนการอัดร้อนโดยใช้ชิ้นส่วนต้นดอกบัวตองแห้ง

โดยศึกษาผลของชนิดตัวประสานต่อการขึ้นรูปแผ่นไม้ปาร์ติเกิลจากต้นดอกบัวตอง 3 ชนิด ได้แก่ กาวยูเรีย

ฟอมัลดีไฮด์กาวไร้สารฟอมัลดีไฮด์หรืออีซีโร่ และเชลแลกจากครั่ง อัดขึ้นรูปเป็นแผ่นไม้ปาร์ติเกิลขนาด 400 x

400 มิลลิเมตร ความหนา 20 มิลลิเมตร น าชิ้นงานทดสอบ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของแผ่นชิ้นไม้อัด

ชนิดราบ มอก. 876 – 2547 การทดสอบคุณสมบัติเชิงกายภาพพบว่า แผ่นไม้ปาร์ติเกิลจากต้นดอกบัวตองจาก

ตัวประสานทั้ง 3 ชนิด มีค่าความหนาแน่นและความชื้นอยู่ในช่วงที่มาตรฐานก าหนด การทดสอบคุณสมบัติเชิงกล

พบว่าแผ่นไม้ปาร์ติเกิลจากต้นดอกบัวตองโดยใช้ครั่งเป็นวัสดุ ประสานมีคุณสมบัติเชิงกลผ่านเกณฑ์มาตรฐาน

ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของแผ่นชิ้นไม้อัดมากที่สุด โดยมีความหนาแน่นมากกว่าไม้อัดปาติเคิลจากต้นกัญชงถึง

1.5 เท่าและมีค่าความต้านทานแรงดึงกับผิวหน้าสูงกว่าไม้อัดจากต้นยางพาราทางการค้าถึง 2.34 เท่า ในการ

ทดลองต่อมาได้ท าการศึกษาผลของชนิดสารหน่วงไฟที่ใช้อาบต่อสมบัติของแผ่นไม้ปาร์ติเกิลจากต้นดอกบัว

ตอง โดยท าการอาบไม้อัดปาร์ติเคิลจากต้นดอกบัวตองด้วยสารหน่วงไฟสามชนิดคือ Tris (2-chloroethyl)

Phosphate, Ammonium polyphosphate และ Magnesium hydroxide จากนั้นน าไปอบและทดสอบ

สมบัติการลามไฟของไม้อัด พบว่าสารหน่วงไฟ Ammonium polyphosphate มีประสิทธิภาพในการลดการ

ลามของไฟได้ดีกว่า Tris (2-chloroethyl) Phosphate และ Magnesium hydroxide ตามล าดับ โครงงานนี้

จะเป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาวัสดุชนิดใหม่ ซึ่งสามารถแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นได้