ประสิทธิภาพของสเปรย์ห้ามเลือดจากสารสกัดหยาบใบสาบเสือด้วยวิธีmacerationในตัวทำละลายที่แตกต่างกัน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ตะวัน ตาคำ, พงศกร ทองประไพ, จิรายุ บุญญานันท์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ธนาศักดิ์ กองโกย

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

สาบเสือเป็นวัชพืชที่มีสรรพคุณทางยา ระบาดไปทั่วเขตร้อนของโลกทุกทวีป ในปัจจุบันนี้เกษตรกรบางส่วนกำลังประสบปัญหาในการปลูก พืชเนื่องจากการเเพร่พันธุ์ของต้นสาบเสือ ที่สร้างความเสียหายแก่ระบบนิเวศธรรมชาติได้ และคอยแย่งธาตุอาหารของพืชชนิดอื่น

จากการศึกษาในงานวิจัย พบว่าสารที่มีสารจำพวกกรดอะนิสิก และสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ มีคุณสมบัติในการช่วยให้เลือดแข็งตัว ซึ่งสารดังกล่าวพบมากในสาบเสือ คณะผู้จัดทำนำใบสาบเสือมาสกัดหาสารหาสารสกัดที่มีคุณสมบัติในการห้ามเลือดที่มีองค์ประกอบหลักเป็นกรดอะนิสิก และสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ ด้วยวิธี maceration โดยใช้ตัวทำละลายที่แตกต่างกัน โดยทำการทดลองดังนี้ นำใบสาบเสือที่บดแล้วจำนวน 30 กรัมนำไปหมักกับตัวทำละลาย ได้แก่น้ำกลั่น เอทานอล 95 (Ethanol 95) โพรพานอล (Propyl alcohol) เอทิลแอซิเตต (Ethyl Acetate) อย่างละ 30 ml. หมักไว้3วัน กรองกากออก จากนั้นนำสารสกัดมาหาสารฟลาโวนอยด์ และนำไปทดสอบประสิทธิภาพ โดยการ นำเลือดหมูจำนวน 5 ml ใส่ด้วยสารสกัด จำนวน 20 ml ทิ้งสารไว้ประมาณ 10 นาที แล้วสังเกตผลทุก 1 2 4 5 10 นาที จากนั้นนำสารสกัดที่มีประสิทธิภาพในการช่วยให้เลือดแข็งตัวมากที่สุด มาทดสอบประสิทธิภาพต่อในปริมาณความเข้มข้นของสารสกัดที่แตกต่างกัน และต่อมานำมาทำเป็นเสปรย์ห้ามเลือดโดยผสมกับ สารโพรพิลีนไกลคอล(Propylene Glycol) และฟีนอกซิเอทานอล(Phenoxyethanol) เพื่อให้สเปรย์คงประสิทธิภาพได้นานมากยิ่งขึ้น ยืดอายุการเก็บรักษา และช่วยควบคุมเชื้อราและแบคทีเรีย และนำไปทดสอบประสิทธิภาพโดยไปทดสอบกับปริมาณเลือดที่น้อยที่สุด ที่ทำให้สเปรย์มีประสิทธิภาพในการช่วยให้เลือดแข็งตัวมากที่สุด