การพัฒนาชุดตรวจการนอนกรน ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อวินิจฉัยความผิดปกติของเสียงกรนขณะนอนหลับ
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
สุธนี ราตรีสุข, มนัสนันท์ เวทไธสง, จิรชยา ผายพิมพ์
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
สงวนศักดิ์ โกสินันท์
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
การตรวจการนอนกรนจากเสียงที่เกิดขึ้นสามารถจำแนกระดับการนอนกรนได้ เป็นการตรวจนอนกรนเพื่อแยกระหว่างกรนธรรมดาหรือกรนอันตรายที่ควรได้รับการรักษาหรือตรวจโดยละเอียด เพราะถ้าไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยอาจมีอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน ทำให้เรียน หรือทำงานได้ไม่เต็มที่ ถ้าต้องขับรถ อาจเกิดอุบัติเหตุในท้องถนนได้ นอกจากนั้นจะมีอัตราเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคอื่นๆ ได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นต้น
ด้วยเหตุนี้โครงงานจึงสนใจที่จะพัฒนาชุดตรวจการนอนกรนด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อวินิจฉัย
ความผิดปกติของเสียงกรนขณะนอนหลับ เนื่องจากในขณะที่นอนหลับ กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณช่องคอส่วนบน ได้แก่ ลิ้นไก่ เพดานอ่อน คอหอย โคนลิ้น และฝาปิดกล่องเสียง จะหย่อนตัวลง ทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบ เมื่อลมเคลื่อนที่ผ่านบริเวณดังกล่าวจึงเกิดเสียงดังขึ้น กลายเป็นเสียงกรน การศึกษาครั้งนี้จะทำการตรวจจับเสียงกรนจากนั้นระบบปัญญาประดิษฐ์จะนำเสียงที่ได้มาแสดงผลในรูป Sound Viz, Spectrum และ Spectrogram ระบบจะทำการวิเคราะห์เสียงกรนที่ได้รับเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ได้รับการ Trained เพื่อจำแนกระดับการนอนกรน ด้วยขั้นตอน Neutral Network Classification ออกมาให้เจ้าของเสียงได้ทราบผลเพื่อวินิจฉัยความผิดปกติของเสียงกรนขณะนอนหลับต่อไป
ปัญหา (Problem or Question being addressed)
การตรวจนอนกรนเพื่อแยกระหว่างกรนธรรมดาหรือกรนอันตรายในเบื้องต้นที่ควรได้รับการรักษาหรือตรวจโดยละเอียดในปัจจุบันยังต้องใช้อุปกรณ์ที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะและมีราคาค่อนข้างสูง ไม่สะดวกกับผู้ที่ต้องการตรวจวัดด้วยตนเองขณะนอนหลับที่บ้าน ดังนั้นด้วยเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถใช้งาน Audio Input ร่วมกับการทำ Transfer Learning ด้วย Mobilenet ผู้จัดทำจึงคาดว่าจะสามารถนำเอาหลักการดังกล่าวมาประยุกต์เพื่อพัฒนาชุดตรวจการนอนกรน ที่ระบบปัญญาประดิษฐ์สามารถแสดงผลได้อย่างละเอียดและวิเคราะห์ผลออกมาเพื่อสามารถวินิจฉัยความผิดปกติให้กับเจ้าของเสียงได้