นวัตกรรมการดูดซับเหล็กเฟอรัสในน้ำบาดาลสังเคราะห์จากวัสดุชีวภาพร่วมกับสารโคแอคคูแลนด์

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พัชรพร หาธรรม, ปวริศา เพ็ชรแวว, กชพร ภู่เพียร

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เพื่อนจิต สิงห์เผ่น

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

บทคัดย่อ

น้ำบาดาลมีการปนเปื้อนเหล็กในรูปของสารละลายและตะกอน ซึ่งถ้าหากมีเหล็กปนเปื้อนมากกว่า 0.3 มิลลิกรัมต่อลิตร จะปรากฏตะกอนสีน้ำตาลเข้มลอยอยู่ที่ผิว และนอกจากนี้ยังพบว่าน้ำบาดาลมีความขุ่นเนื่องจากตะกอนแขวนลอยในน้ำ โครงงานนี้จึงพัฒนาตัวเร่งการตกตะกอนแขวนลอยในน้ำบาดาลจากสารสกัดจาดเมล็ดมะรุมร่วมกับไคโตซาน ผลการทดลอง พบว่า เมล็ดมะรุมที่สกัดด้วยตัวทำละลายที่เป็นโซเดียมคลอไรด์ มีประสิทธิภาพในการเป็นสารช่วยตกตะกอนมากที่สุด ที่ร้อยละ 63.93 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับผลของการทดสอบการเพิ่มระดับความเข้มข้นของสารช่วยตกตะกอน พบว่า ระดับความเข้มข้นของสารช่วยตกตะกอนที่เพิ่มขึ้น มีอิทธิพลต่อการตกตะกอนของสารแขวนลอยในน้ำเพิ่มขึ้น ที่ระดับความเข้มข้นของสารช่วยตกตะกอนที่ 25 มิลลิกรัมต่อลิตร มีประสิทธิภาพในการช่วยตกตะกอนร้อยละ 90.01

ผลของเวลาที่การดูดซับเข้าสู่สมดุลของสารสกัดจากเมล็ดมะรุม พบว่า สารสกัดสามารถดูดซับเหล็กอยู่ในช่วง 19.09-59.43 เปอร์เซ็นต์ สำหรับสมดุลของการดูดซับเหล็กเริ่มที่ชั่วโมงที่ 6 ของการทดลอง และเกิดขึ้นค่อนข้างสม่ำเสมอเมื่อเวลาเพิ่มขึ้น และผลการศึกษาอิทธิพลของความเข้มข้นต่อการดูดซับเหล็กของสารสกัดจากเมล็ดมะรุม ที่อุณหภูมิห้อง (28 องศาเซลเซียส) และค่า pH ของสารละลายที่ 6 พบว่า สารสกัดจากเมล็ดมะรุม ดูดซับเหล็กในสารละลายได้ดีขึ้นเมื่อความเข้มข้นของสารละลายเพิ่มขึ้น

ผลของเวลาที่การดูดซับเข้าสู่สมดุลของฟิล์มไคโตซาน พบว่า ฟิล์มไคโตซานสามารถดูดซับเหล็กอยู่ในช่วง 40.81-94.73 เปอร์เซ็นต์ สำหรับสมดุลของการดูดซับเหล็กเริ่มที่ชั่วโมงที่ 2 ของการทดลอง และเกิดขึ้นค่อนข้างสม่ำเสมอเมื่อเวลาเพิ่มขึ้น ผลการศึกษาอิทธิพลของความเข้มข้นต่อการดูดซับเหล็กของฟิล์ม

ไคโตซานที่อุณหภูมิห้อง (28 องศาเซลเซียส) และค่า pH ของสารละลายเท่ากับ 6 พบว่า ฟิล์มไคโตซานดูดซับเหล็กในสารละลายได้ดีขึ้นเมื่อความเข้มข้นของสารละลายเพิ่มขึ้น สำหรับการเดินระบบการบำบัดความขุ่น และการดูดซับเหล็ก พบว่า ระบบมีประสิทธิภาพการตกตะกอนแขวนลอยในชั่วโมงที่ 1-8 อยู่ระหว่างร้อยละ 72.55-92.81 สำหรับเปอร์เซ็นต์การดูดซับเหล็ก พบว่า เปอร์เซ็นต์การดูดซับอยู่ในช่วง 60.67-87.71 เปอร์เซ็นต์ และสมดุลการดูดซับเกิดขึ้นที่ชั่วโมงที่ 3 ของการเดินระบบ ระบบมีประสิทธิภาพในการบำบัดความขุ่น และเหล็กที่ปนเปื้อนในน้ำบาดาลเขตอำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลกร้อยละ 74.28 และ 87.63 ตามลำดับ สารละลายไคโตซานที่ผ่านใช้งานแล้วมีอิทธิพลต่อการเพิ่มผลผลิตผักคะน้าที่ปลูกในดินที่เติมสารละลายไคโตซาน 0.6% ให้ผลผลิตในด้านอัตราการเจริญเติบโต และน้ำหนักรวมมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับชุดควบคุม