ฤทธิ์ห้ามเลือดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร 4 ชนิด: สาบเสือ สาบหมา สาบแร้งสาบกา และสาบแมว

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ภูมิ จันทรพรรัตน์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

หทัยชนก ปันดิษฐ์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2560

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

สาบเสือ (Chromolaena odorata L. R.M. King and H. Rob.) วงศ์ Asteraceae เป็นสมุนไพรที่ใช้ห้ามเลือดทั้งในไทยและต่างประเทศมาเป็นเวลานาน จากรายงานวิจัยที่ผ่านมาพบว่าสารสกัดผงพืชแห้งที่หมักด้วย 70% ethanol มีฤทธิ์ในการห้ามเลือดได้ดีที่สุดเมื่อทดสอบในหนูทดลอง โดย scutellarein tetramethyl ether (scu) ซึ่งเป็นสารทุติยภูมิในกลุ่มฟลาโวนอยด์เป็นสารออกฤทธิ์หลัก นอกจากนี้ยังมีพืชสมุนไพรอีกสามชนิด ซึ่งเป็นพืชวงศ์เดียวกันกับสาบเสือที่ถูกนำมาใช้ในการห้ามเลือดเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่มีการพิสูจน์ฤทธิ์ห้ามเลือด ได้แก่สาบหมา (Ageratina adenophora (Sprengel) R.M. King and H. Rob.), สาบแร้งสาบกา (Ageratum conyzoides L.) และสาบแมว (Praxelis clematidea (Griseb.) R.M. King & H. Robinson) อีกทั้งยังมีลักษณะทางกายภาพที่คล้ายคลึงกันมากจนยากแก่การจำแนกชนิด จากโครงการเดิมได้ศึกษาเอกลักษณ์ทางเคมีของสมุนไพร 4 ชนิดข้างต้นจากบริเวณมากกว่า 5 แหล่งในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงโดยใช้ High Pressure Thin Layer Chromatography (HPTLC) ของสารสกัด 70% เอทานอลจากผงพืชแห้ง ในระบบตัวทำละลาย hexane:ethyl acetate 2:3 พบว่า พืชทั้ง 4 ชนิดมีลักษณะทางเคมีที่จำเพาะ สามารถใช้แยกชนิดของพืชได้ และสาบแมวยังพบสาร scu เช่นเดียวกับสาบเสือ แต่สาบหมาและสาบแร้งสาบกาไม่พบสารดังกล่าว เมื่อทำการวัดปริมาณสารดังกล่าวในแหล่งต่างๆ ของสาบเสือและสาบแมวโดยใช้ HPTLC พบว่าสาบแมวส่วนใหญ่มีปริมาณ scu มากกว่าสาบเสือ จึงมีสมมติฐานว่า สาบแมวน่าจะมีฤทธิ์ห้ามเลือดดีกว่าสาบเสือ ในโครงงานนี้จะศึกษาฤทธิ์ห้ามเลือดในหนูทดลอง (bleeding time) และการตกตะกอนของเลือด (whole blood clotting) ของสารสกัดสาบเสือ และสาบแมว ที่มีปริมาณ scu สูงที่สุด เปรียบเทียบกับสารสกัดสาบหมาและสาบแร้งสาบกาแม้จะยังไม่ทราบสารออกฤทธิ์หลัก และพัฒนาผลิตภัณฑ์ห้ามเลือดของสารสกัดทั้ง 4 ชนิด ในรูปแบบต่างๆ เป็นพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงการค้าต่อไป