ศึกษาวิธีการแยกโปรโตพลาสต์สตรอว์เบอร์รีโดยใช้วิธีกลอย่างง่าย

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กฤติยา วันสุข, ณัฏฐนิชา ศรีสุทโธ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ปิยาภรณ์ โยธาสุข, ชยรพ คงดี

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย บุรีรัมย์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

สตรอว์เบอร์รี (Fragaria spp.) อยู่ในวงศ์ Rosaceae เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กปัจจุบันได้มีการปรับปรุงพันธุ์ เพื่อให้ได้พันธุ์ที่ต้องการด้วยเทคนิคการรวมโปรโตพลาสต์ ซึ่งวิธีการแยกโปรโตพลาสต์เป็นหนึ่งในขั้นตอนการรวม-

โปรโตพลาสต์ ในปัจจุบันการแยกโปรโตพลาสต์พบสองวิธีคือการใช้เอนไซม์์และการใช้วิธีกลทางผู้พัฒนาสนใจศึกษา วิธีกลในการแยกโปรโตพลาสต์ เนื่องจากเป็นวิธีที่ง่าย ไม่ซับซ้อนแต่ยังไม่มีการแพร่หลายมากนักผู้พัฒนาจึงต้องการ เข้มข้นที่เหมาะสม ในการแยกโปรโตพลาสต์ออกจากผนังเซลล์ โดยเลือกใช้สารละลายซูโครสที่มีความ ที่มีความเข้มข้น 0, 3, 6, 9, 15, 18, 21, 27, 30 และ 33% W/V โดยกำหนดให้ สารละลายชุดที่ 1 คือความเข้มข้น 0, 27, 30 และ 33% W/V สารละลายชุดที่ 2 คือความเข้มข้น 0, 3, 6 และ 9% W/V สารละลายชุดที่ 3 คือความเข้มข้น 0, 15, 18 และ 21% W/V แล้วกำหนดให้ในแต่ละชุดการทดลองใช้สารละลายซูโครสที่ความเข้มข้นต่างกัน โดยทำการทดลองซ้ำ 3 ครั้งผลปรากฏว่าชุดการทดลองที่แยกโปรโตพลาสต์ออกมาได้มากที่สุดคือชุดที่ 19 โดยใช้สารละลายซูโครสชุดที่ 1, 2 และ 3 ที่มีความเข้มข้น 30, 9 และ 21% W/V ตามลำดับ ซึ่งสามารถแยกโปรโตพลาสต์ได้จำนวน 1.50×10^4 cells/ml รองลงมาคือชุดที่ 26 โดยใช้สารละลายซูโครสชุดที่ 1, 2 และ 3 ที่มีความเข้มข้น 33, 9 และ 15% W/V ซึ่งสามารถแยก

โปรโตพลาสต์ได้ 1.40×10^4 cells/ml และลำดับที่ 3 คือชุดที่ 6 โดยใช้สารละลายซูโครส ชุดที่ 1, 2 และ 3 ที่มีความเข้มข้น 27, 6 และ 18% W/V และชุดที่ 18 โดยใช้สารละลายซูโครสชุดที่ 1, 2 และ 3 ที่มีความเข้มข้น 30, 9 และ 18% W/V ซึ่งสามารถแยกโปรโตพลาสต์ได้เท่ากันคือ 1.15×10^4 cells/ml