ผลของไฮดรอกซีโพรพิลเมทิลเซลลูโลส และเจลาตินต่อสมบัติของฟิล์มย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากฟลาวร์กล้วย

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

วรัญญา พงษ์สุวรรณศิริ, ยัสมีน อีบุ๊

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ภควรรษ ทองนวลจันทร์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานนี้ศึกษาผลของการเติมไฮโดรคอลลอยด์ 3 ชนิด ได้แก่ ไฮดรอกซีโพรพิลเมทิลเซลลูโลส เจลาตินจากหนังวัว และหนังปลา ที่ระดับความเข้มข้นต่างๆ (5% 10% และ 20% น้ำหนักต่อน้ำหนักของสารก่อฟิล์ม) และศึกษาผลของการใช้อัตราส่วนระหว่างฟลาวร์กล้วย และเจลาตินจากหนังวัวในอัตราส่วนต่างๆ(100:0, 80:20, 60:40, 50:50, และ 0:100 น้ำหนักต่อปริมาตรของสารละลายฟิล์ม) ต่อสมบัติเชิงกล การปิดผนึกด้วยความร้อน และกายภาพ การศึกษาผลของการเติมไฮโดรคอยลอยด์ทั้ง 3 ชนิด พบว่า ฟิล์มที่มีการเติมไฮโดรคอลลอยด์ทั้ง 3 ชนิดมีค่าความหนา และความต้านทานแรงดึงที่สูงขึ้น แต่มีค่าการยืดตัว ณ จุดขาดลดลงเมื่อปริมาณของไฮโดรคอลลอยด์เพิ่มสูงขึ้น (p < 0.05) เมื่อเปรียบเทียบกับฟิล์มชุดควบคุม (ไม่เติมสารไฮโดรคอลลอยด์) จากการเติมไฮโดรคอยลอยด์ทั้ง 3 ชนิด ที่ระดับความเข้มข้น 20% พบว่าฟิล์มที่มีการเติมเจลาตินจากหนังวัวมีค่าต้านทานแรงดึงสูงที่สุด การเติมเจลาตินจากหนังวัว และหนังปลาให้ค่าความแข็งแรงของการปิดผนึกด้วยความร้อนของฟิล์มที่สูงขึ้น (p < 0.05) อย่างไรก็ตามฟิล์มที่เติมไฮดรอกซีโพรพิลเมทิลเซลลูโลสมีค่าความแข็งแรงของการปิดผนึกด้วยความร้อนของฟิล์มที่ลดลงเมื่อปริมาณของสารที่เติมสูงขึ้น (p < 0.05) นอกจากนี้ยังพบว่าฟิล์มที่เติมไฮโดรคอลลอยด์ทั้ง 3 ชนิดมีค่าประสิทธิภาพการปิดผนึกน้อยกว่าฟิล์มชุดควบคุม (ไม่เติมสารไฮโดรคอลลอยด์) ฟิล์มที่เติมไฮโดรคอยลอยด์ทั้ง 3 ชนิดทุกความเข้มข้นมีค่าความสว่างต่ำกว่า ค่าความเป็นสีแดงสูงกว่า และค่าความเป็นสีเหลืองสูงกว่า (p< 0.05) ฟิล์มชุดควบคุม (ไม่เติมสารไฮโดรคอลลอยด์) การศึกษาผลของการใช้อัตราส่วนระหว่างฟลาวร์กล้วย และเจลาตินจากหนังวัวในอัตราส่วนต่างๆ พบว่า ฟิล์มที่มีการใช้อัตราส่วนระหว่างฟลาวร์กล้วย และเจลาตินจากหนังวัวในอัตราส่วนต่างๆมีค่าความหนาที่ไม่แตกต่างกันทางนัยสำคัญทางสถิติ (p< 0.05) และมีค่าความต้านทานแรงดึงที่สูงขึ้น แต่มีค่าการยืดตัว ณ จุดขาดลดลงเมื่ออัตราส่วนของเจลาตินจากหนังวัวเพิ่มสูงขึ้น (p< 0.05) เมื่อเปรียบเทียบกับฟิล์มชุดควบคุม (ไม่เติมเจลาตินจากหนังวัว) ในทางกลับกันค่าความต้านทานแรงดึงมีค่าต่ำกว่าฟิล์มชุดควบคุม (ไม่เติมฟลาวร์กล้วย) การใช้อัตราส่วนระหว่างฟลาวร์กล้วย และเจลาตินจากหนังวัวในอัตราส่วน 50:50 มีค่าความต้านทานแรงดึง และค่าความแข็งแรงของการปิดผนึกด้วยความร้อนสูงที่สุด (p< 0.05) เมื่อเปรียบเทียบกับฟิล์มชุดควบคุม (ไม่เติมเจลาตินจากหนังวัว) แต่มีค่าน้อยกว่าฟิล์มชุดควบคุม (ไม่เติมฟลาวร์กล้วย) ฟิล์มที่มีการใช้อัตราส่วนระหว่างฟลาวร์กล้วย และเจลาตินจากหนังวัวในอัตราส่วนต่างๆ มีค่าความสว่างสูงกว่า ค่าความเป็นสีแดงต่ำกว่า และค่าความเป็นสีเหลืองต่ำกว่า (p< 0.05) ฟิล์มชุดควบคุม (ไม่เติมเจลาตินจากหนังวัว)