เปรียบเทียบประสิทธิภาพแผ่นฟิล์มพลาสติกที่สกัดจากเซลลูโลสของผักตบชวาและกาบกล้วย
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
นริศรา นาราช, ธนพร อ่อนโพธา
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
วัชราภรณ์ แสนนา
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
เนื่องจากผักตบชวาเป็นพืชที่สามารถแพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วและเมื่อขยายพันธุ์ในแหล่งน้ำแล้วจะทำให้แหล่งน้ำเน่าเสียได้ เนื่องจากผักตบชวาเป็นพืชที่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะช่วงฤดูฝนจึงมีปริมาณมากในช่วงนั้นเกิดจากสารเคมีที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น ผงซักฟอก ปุ๋ย ซึ่งเป็นธาตุอาหารของพืชน้ำโดยเฉพาะกับผักตบชวาเป็นอย่างดีทำให้ระบบนิเวศเสียหายซึ่งผักตบชวาสามารถดูดซึมธาตุอาหารที่เป็นตัวการทำให้น้ำเสียแต่เมื่อมีปริมาณมากเกินไปจะส่งผลกระทบกับสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ สัตว์ใต้น้ำจะขาดออกซิเจนและตายลง รวมถึงการบดบังแสงแดดที่เป็นส่วนหนึ่งของการสังเคราะห์แสงของพืชใต้น้ำจะทำให้พืชเหล่านั้นเน่าและตายไป ดังนั้นจึงเกิดน้ำเน่าเสียอย่างง่ายดายรวมทั้งทำลายระบบนิเวศในบ่อน้ำโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยบุรีรัมย์ มีผักตบชวาแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมเต็มสระทำให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของสระน้ำจากปัญหาดังกล่าวทำให้มีแนวคิดในการนำผักตบชวาที่เป็นวัชพืชมาแปรรูปทำให้เกิดประโยชน์จากการศึกษาพบว่าผักตบชวามีส่วนประกอบของเซลลูโลสอยู่เป็นจำนวนมากขึ้นและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างหนึ่งในนั้นคือการนำมาขึ้นรูปเป็นพลาสติกเนื่องจากในปัจจุบันมีการใช้พลาสติกอย่างแพร่หลายแต่พลาสติกเป็นขยะที่ใช้เวลาในการย่อยสลายนานดังนั้นจึงก่อให้เกิดขยะจำนวนมากมหาศาลและก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศทางกลุ่มเราจึงได้มีแนวคิดในการผลิตพลาสติกจากผักตบชวาและนำมาเปรียบเทียบกับพลาสติกที่ขึ้นรูปจากกาบกล้วยซึ่งเป็นพลาสติกชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้ไม่เป็นมลพิษกับสิ่งแวดล้อมโดยมีวิธีการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 การผลิตแผ่นฟิล์มพลาสติกโดยการนำผักตบชวาและกาบกล้วยมาหั่นเป็นชิ้นเล็กแล้วอบให้มวลคงที่ โดยใช้อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส จากนั้นนำมาสกัดด้วย NaOH ที่ความเข้มข้น 50 เปอร์เซ็นต์อุณหภูมิ 50-60 องศาเซลเซียสนาน 1 ชั่วโมง นำเส้นใยเซลลูโลสที่ได้จากการสกัดมาบดให้ละเอียด แล้วนำไปสังเคราะห์กับคลอโรอะซิติก จะได้สารที่เรียกว่า CMC ต่อจากนั้นนำไปขึ้นรูปเป็นแผ่นโดยใช้แม่พิมพ์แล้วอบให้แห้งใช้เวลาในการอบ 24 ชั่วโมง ขั้นตอนที่ 2 การทดสอบประสิทธิภาพของแผ่นฟิล์มพลาสติกด้วยการทดสอบการย่อยสลาย และการทดสอบประสิทธิภาพเชิงกล