การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการแยกสารของวัฏภาคนิ่งจากสารสกัดหยาบขมิ้นโดยใช้คอลัมน์โครมาโตกราฟี

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ภูริภัทร์ พรมมินทร์, ชฬพงษ์ ธรรมสรางกูร, พิษณุพงศ์ ตุ้ยอ้าย

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ธีรพัฒน์ ขันใจ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การแยกสารในปัจจุบันนั้นมีหลายวิธีซึ่งหนึ่งในวิธีที่นิยมนั้น คือ การแยกสารโดยการโครมาโตกราฟี การแยกสารโดยโครมาโตกราฟีนั้นที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี 2 วิธี คือ โครมาโตกราฟีแบบผิวบาง (Thin layer chomatography) และ คอลัมน์โครมาโตกราฟี (Cholumn chomatography) โดยที่นิยมใช้ซิลิกาเจลเป็น วัฏภาคนิ่ง (Stationary phase) ซึ่งปัญหาของซิลิกาเจลที่ใช้เป็น Stationary phase คือ เมื่อนำมาสกัดจะมีโมเลกุลที่เล็กซึ่งเป็นอันตรายต่อปอดของเรา ซึ่งโมเลกุลที่เล็กของซิลิกาเจลจะเข้าไปเกาะตามปอดของเรา ในระยะยาวจะมีผลเสียต่อปอดของเรามีผลถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยคณะผู้จัดทำเล็งเห็นถึงปัญหานั้นๆเลยคิดค้นโครงงานนี้ขึ้น เพื่อสามารถนำไปใช้ในการทดลองในมหาลัย หรือ โรงเรียนต่างๆได้

โครงงานนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการแยกสารของวัฏภาคนิ่งจากสารสกัดหยาบขมิ้นโดยคอลัมน์โครมาโตกราฟีโดยใช้ ซิลิกาเจล และ แป้งมัน เป็น Stationary phase ส่วนสิ่งที่ใช้เป็น Mobile phase คือ Ethyl acetate และ n-Hexane โดยคณะผู้จัดทำใช้ ขมิ้น ในการนำมาแยกสาร เนื่องจากในขมิ้นนั้นมีองค์ประกอบหลักอยู่อย่างชัดเจน ทางคณะผู้จัดทำจึงทำโครงงานนี้ขึ้นมาเพื่อศึกษาการแยกสารสกัดหยาบจากขมิ้นโดยจะหาอัตราส่วนของ Mobile phase จากโครมาโตกราฟีแบบผิวบาง และ เปรียบเทียบประสิทธิภาพของซิลิกาเจล และ แป้งมันโดยใช้คอลัมน์โครมาโตกราฟี

โดยการทดลองนั้นทางคณะผู้จัดทำจะทำการทดลองคอลัมน์โครมาโตกราฟี 2 ครั้ง โดย 1.ทำการทดลองโดยใช้ ซิลิกาเจล เป็น Stationary phase 2.ทำการทดลองโดยใช้ แป้งมัน เป็น Stationary phase แล้วนำมาเปรียบเทียบประสิทธิภาพกัน