สร้างสูตรหาค่าความผันผวนของสินทรัพย์เพื่อการลงทุนจากกราฟราคา

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ศุภกร ฦๅชา, ธีรรัชวิชญ์ บุญมีวิเศษ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สุริยัน หนันดูน

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย บุรีรัมย์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

คณิตศาสตร์เป็นศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อมนนุษย์ทางด้านความคิดอย่างมาก โดยคณิตศาสตร์สามารถพัฒนาความคิดของมนุษย์ให้มีแบบแผน มีเหตุผล มีตรรกะ เป็นระบบ สามารถคาดการผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ จึงทำให้มนุษย์ตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ และเหมาะสม

ในปัจจุบันมีการลงทุนสินทรัพย์เพื่อการลงทุนอยู่มากมายหลายประเภทในตลาดการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นทั้ง สกุลเงินสกุลเงินดิจิตอล ทองคำ หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ ซึ่งสินทรัพย์แต่ละชนิดก็มีความผันผวนที่แตกต่างกันออกไปซึ่งมีปัจจจัยหลายๆ อย่าง โดยสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำของราคา แสดงให้เห็นถึงความปลอดภัยในการลงทุน เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำที่ราคาสินทรัพย์นั้นจะขึ้น-ลง มากเกินไป และในขณะเดียวกันกับสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงของราคา ก็แสดงให้เราเห็นว่าการลงทุนนั้นมีความเสี่ยงที่สูง เนื่องจากราคาสินทรัพย์ชนิดนั้นจะมีการขึ้น-ลง ที่มากเกินไป ความผันผวนของราคาเป็นเพียงแค่ปัจจัย ปัจจัยหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าสินค้านั้นมีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใดในการลงทุน เราก็ควรคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ รอบตัวเราควบคู่ไปกับความผันผวนของราคาสินทรัพย์นั้นเพื่อให้เกิด กำไร เกิดประสิทธิภาพที่มากที่สุดแก่ตัวผู้ลงทุนเอง

คณะผู้จัดทำได้เล็งเห็นความสำคัญในการลงทุนเพื่อสินทรัพย์ จึงได้จัดทำโครงงานนี้ขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่สนใจในการลงทุนในสินทรัพย์เพื่อการลงทุน หรือผู้ที่มความสนใจ ให้สามารถคำนวณเพื่อทราบค่าความผันผวนของราคาในสินทรัพย์นั้นๆ ที่มีการบันทึกราคาไว้เป็นกราฟ

เพราะ ผู้ลงทุนลงทุนโดยไม่มีการใช้ค่าความผันผวนควบคู่กับปัจจัยอื่นๆ ในการการคาดการณ์การขึ้น-ลงของราคาสินทรัพย์เพื่อการลงทุนนั้นๆ ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการลงทุนน้อย ทำให้ไม่เกิดกำไรตามที่คาดหวังจึงได้จัดทำโครงงานขึ้น

เพื่อสร้างสูตรในการคำนวนหาค่าความผันผวนของราคาสินทรัพย์เพื่อการลงทุน

โดยการดำเนินงานคือ

1.ศึกษาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation), ความผันผวนแผง (Implied Volatility) และความผันผวนในอดีต (Historical Volatility) เพื่อทำความเข้าใจ

2.เมื่อทำความเข้าใจแล้ว จึงสร้างสูตรขึ้นมาโดยอ้างอิงค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation), ความผันผวนแผง (Implied Volatility) และความผันผวนในอดีต (Historical Volatility)

3.เปรียบเทียบและประเมินค่าที่ได้ออกมาโดยวิเคราะห์ร่วมกับค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation), ความผันผวนแผง (Implied Volatility) และความผันผวนในอดีต (Historical Volatility) ว่าสูตรที่สร้างขึ้นมามีประสิทธิ์ภาพในการคํานวณหรือไม่ มากน้อยเพียงใดและสุดท้ายประโยชน์ที่ผู้จัดทำคาดว่าจะได้รับคือ

ได้สูตรที่สามารถคำนวณค่าความผันผวนของราคาสินทรัพย์เพื่อการลงทุน