สกัดยาง(gum)จากเมล็ดมะขามและการนำมาใช้เคลือบปุ๋ยจากเปลือกกุ้ง

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

นัชภรณ์ ศิริกุลเบญญา, จิรายุ อุดมรัตน์, ศุภณัฏฐ์ บุตลา

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ภาคภูมิ เนียมบุญ, ชุมพล ชารีแสน

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

เกษตรกรรมในปัจจุบันนี้มีการใช้ปุ๋ยเคมีกันอย่างแพร่หลายโดยทั่วไปแร่ธาตุ ธาตุอาหารในดินมักมี

ไม่เพียงพอต่อความต้องการของพืช ปุ๋ยเป็นสารหรือสิ่งซึ่งเราใส่ลงไปในดินเพื่อวัตถุประสงค์ให้ปลดปล่อยธาตุอาหารพืชโดยเฉพาะไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ที่พืชยังขาดธาตุอาหารอยู่ให้พืชได้รับอย่างเพียงพอกับความต้องการของพืชและยังสามารถปรับแต่งปริมาณอาหารในปุ๋ยให้เหมาะสมกับดินและพืชได้

พืชสามารถเจริญเติบโตงอกงามดีและให้ผลิตผลสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการใช้ปุ๋ยเคมีในปริมาณมากเกินไปก็ส่งผลเสียต่อทั้งรากพืชและดินอาจเกิดการสูญเสียธาตุอาหารก่อนที่พืชจะได้รับธาตุอาหารจากปุ๋ยจึงทำให้พืชได้รับธาตุอาหารไม่เพียงพอ เพื่อแก้ปัญหาข้างต้นคณะผู้จัดทำจึงสนใจในการปลูกพืชศึกษาประสิทธิภาพปุ๋ยเม็ดจากเปลือกกุ้งที่เคลือบด้วยยาง(gum)จากเมล็ดมะขาม พบว่า ยาง (gum) ที่สกัดจากเมล็ดมะขามผสมน้ำในอัตราส่วน ยาง (GUM) 1 กรัม : ต่อน้ำ 15 มิลลิลิตร ใช้เคลือบปุ๋ยในอัตราส่วนของเปลือกกุ้งต่อยาง (GUM) จากเมล็ดมะขาม 3:1 เพื่อใช้ในการทดลอง พบว่า มีธาตุที่เป็นธาตุอาหารหลักของพืช ได้แก่ ไนโตรเจน (N) 9.70±2.41% ฟอสฟอรัส (P) 2.44±0.29% และโพแทสเซียม (K) 0.92±0.08% ส่วนธาตุอาหารรอง ได้แก่ แมกนีเซียม (Mg) 0.60±0.07% แคลเซียม (Ca) 8.86±1.69% และ ซิลิกอน (Si) 0.48±0.13% เมื่อนำไปใช้ในดินปลูกผักกาดกวางตุ้งดอก (Brassica rapa L.) ในอัตราส่วนปุ๋ยที่แตกต่างกัน มีการเจริญเติบโตต่างกัน โดยพบว่า ผักกวางตุ้งดอก (Brassica rapa L.) ที่ได้รับปุ๋ย 10 กรัมมีความสูงมากที่สุดคือ 14.00 เซนติเมตร แต่เมื่อนับจำนวนใบพบว่า ผักกาดกวางตุ้งดอก (Brassica rapa L.) ที่ได้รับปุ๋ย 8 กรัมมีจำนวนใบมากที่สุดคือ 7 ใบ แล้วนำไปวัดสีเข้มของใบด้วยแอพพลิเคชัน พิกเซล พิกเกอร์ (Pixel Picker Application) พบว่า

ใบผักกาดกวางตุ้งดอก (Brassica rapa L.) ที่ได้รับปุ๋ย 8 กรัมต่อดิน 1 กิโลกรัมให้ค่าดูดกลืนแสงเข้มที่สุดคือ 0.6 แสดงให้เห็นว่าพืชสามารถสร้างเม็ดสีในใบได้มากขึ้น และดินที่ได้รับปุ๋ยเปลือกกุ้งที่เคลือบด้วยยาง (GUM) จากเมล็ดมะขาม ในปริมาณ 8 กรัม มีผลการตรวจวัดสมบัติทางเคมีของดินเหมาะสมต่อการปลูกพืชมากที่สุด สามารถดูดซับน้ำได้ดี จึงเหมาะที่จะใช้ในการปลูกพืช