การพัฒนาวัสดุกันกระแทกจากมันสำปะหลังและรำข้าว

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

สุริยเดช เมธาบดี, สิรีภรณ์ ฐิติโชติชูพงศ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ชนากานต์ ธนนิวัฒน์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

สำหรับในสถานการณ์ปัจจุบัน การซื้อสินค้าออนไลน์เป็นสิ่งที่ใครหลาย ๆ คนเลี่ยงไม่ได้ที่จะใช้เป็นหนึ่งช่องทางในการซื้อสินค้าชนิดต่าง ๆ และในทุกครั้งที่มีการจัดส่งพัสดุจากการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์นั้น ย่อมมีการใช้วัสดุกันกระแทก ซึ่งวัสดุกันกระแทกที่นิยมใช้กันมีอยู่หลัก ๆ 2 ชนิด นั่นคือ บับเบิล และโฟมกัน กระแทก ซึ่งวัสดุกันกระแทกจากสารปิโตรเคมี เป็นวัสดุที่ใช้เวลาในการย่อยสลายค่อนข้างนาน อีกทั้งยังทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย ดังนั้นหากสามารถวิจัยสารที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนามาเป็นวัสดุกันกระแทกที่มีประสิทธิภาพไม่ด้อยไปกว่าวัสดุกันกระแทกในท้องตลาด และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ เช่น การนำไปผ่านกระบวนการที่ทำให้เป็นอาหารสัตว์ได้

จากการศึกษาพบว่าหนึ่งในพืชเศรษฐกิจของไทยที่สำคัญคือ มันสำปะหลัง (Cassava / Tapioca) นั้นเป็นพืชที่เมื่อนำมาแปรรูปเป็นแป้งแล้ว หากนำไปละลายน้ำจะพบว่าสารละลายที่ได้จะมีความหนาแน่นที่สูง ดังนั้นหากนำไปละลายน้ำในสัดส่วนที่เหมาะสมแล้วเติมสารอื่นเพื่อขึ้นรูปก็จะสามารถนำมาใช้เป็นวัสดุกันกระแทกที่มีประสิทธิภาพได้ จากนั้นหากใช้สารอินทรีย์ที่ปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหมด นั่นคือมีความเป็นไปได้สูงว่าหากนำไปแปรรูปผ่านความร้อนที่สูงมากพอที่ทำให้สารไซยาไนด์สลายตัวและปลอดภัยต่อการรับประทานได้ก็จะสามารถนำไปเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ในธุรกิจปศุสัตว์ต่อไปได้ แต่สารตัวนี้ยังจำเป็นต้องมีการพัฒนาวัสดุขึ้นรูป และพัฒนาคุณสมบัติที่ดูดซับความชื้นได้ดี รวมถึงคุณสมบัติด้านความแข็ง และความยืดหยุ่น ได้แก่ Tensile Strength, Elongation at Break, Young’s Modulus, ความหนาแน่น, Compressive Strength และ Melt Flow Index จึงได้มีการศึกษาที่จะใช้รำข้าว มาเป็นเส้นใยธรรมชาติในการขึ้นรูป จากการศึกษาของ Pablo R. และคณะ และ Nathalie H. และคณะ พบว่าการใช้โปรตีน หรือ เส้นใยเซลลูโลสในการช่วยขึ้นรูปนั้นไม่เป็นอันตรายกับสิ่งมีชีวิต และย่อยสลายได้ และในการเคลือบวัสดุกันกระแทกด้วยน้ำมันถั่วเหลือง จะช่วยลดความสามารถในการดูดซับความชื้นได้ อีกทั้งวัสดุเหล่านี้ยังปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิต และไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม