การศึกษาประสิทธิภาพของมอส 3 ชนิด ในการดูดซับสารตกค้าง (VOCs) และฝุ่นละออง PM 2.5 เพื่อพัฒนาเป็น Tree wall
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ณัฐณี บุญหาญ, ชลธิชา สมภูงา
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
ธีระวุฒิ จันทะพันธ์
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ปัญหามลพิษทางอากาศนับเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีความสำคัญ ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 23 ของโลกมในฐานะประเทศที่มีความเข้มข้นเฉลี่ยรายปีของฝุ่นละอองมากที่สุด และมีอีก 10 จังหวัดในไทยที่ติดอยู่ในการจัดอันดับ 15 เมืองที่มีมลพิษสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้จัดทำโครงงานจึงได้สนใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น จึงเป็นที่มาของโครงงาน เรื่อง การศึกษาประสิทธิภาพของมอสหางกระรอก มอสขนนก และมอสแดง ในการดูดซับฝุ่นละอองในอากาศ เพื่อพัฒนาเป็นกำแพงมอส เนื่องจากพืชไบรโอไฟตา (Bryophyta) จำพวกมอสพบว่ามอสสามารถดูดซับฝุ่นละอองในอากาศได้เพราะมีรากที่ด้อยการพัฒนาทำให้ต้องรับแร่ธาตุเพื่อการเจริญเติบโตผ่านทางใบ และโครงสร้างในใบของมอสมีส่วนสำหรับกักเก็บสารเหล่านี้ได้ โดยในโครงงานนี้ได้ทำการศึกษาและเปรียบเทียบลักษณะทางกายภาพของมอสส์ 3 ชนิด ที่มีผลต่อการดูดซับฝุ่นละอองในอากาศ อัตรารอดชีวิตของมอสในสภาวะที่มีมลพิษและสภาวะไม่มีมลพิษ เปรียบเทียบประสิทธิภาพของมอส 3 ชนิดในการดูดซับฝุ่นละอองในอากาศและนำมอสพัฒนาไปเป็นกำแพงมอส ช่วยในการดูดซับฝุ่นละอองในอากาศ พบว่า มอสที่สามารถดูดซับฝุ่นละอองได้ดีที่สุดคือ มอสหางกระรอก ตามมาด้วย มอสขนนก และมอสแดงตามลำดับ สำหรับมอสที่มีอัตราการรอดชีวิตสูงที่สุด คือ มอสขนนก ตามมาด้วยมอสหางกระรอกและมอสแดง ตามลำดับ มอสที่ที่ที่สุดจะนำมาสร้างเป็นกำแพงมอส คือมอสหางกระรอก เนื่องจากเป็นมอสที่มีอัตราการการดูดซับฝุ่นละอองสูงที่สุดและมีอัตราการรอดชีวิตสูงเป็นอันดับ2 จากมอสทั้งหมด จึงเหมาะสมแก่การนำมาสร้างกำแพงมอสเพื่อช่วยดูดซับฝุ่นละอองในอากาศ