การศึกษาการใช้ประโยชน์จากเปลือกถั่วลิสงเพื่อพัฒนาถุงเพาะชำทดแทนการใช้ถุงพลาสติก
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ปวีณ์ลดา ผ่องแผ้ว, เบญญาภา อาจชอบการ, ณัฐกฤตา ทองผึ้ง
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
คณิษฐา จำนงจิต
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ปาล์มน้ํามันเป็นพืชเศรษฐกิจที่นิยมปลูกอย่างแพร่หลายในภาคใต้ของประเทศไทย โดยวิธีการเพาะชําต้นกล้าปาล์มน้ํามันสามารถทําได้โดยนําเมล็ดปาล์มน้ํามันที่รากงอกแล้วลงเพาะในถุงเพาะชําพลาสติก จากนั้นดูแลรักษาต้นกล้าปาล์มน้ํามันจนมีอายุ 12 - 18 เดือน จึงจะสามารถย้ายต้นกล้าปาล์มน้ํามันที่สมบูรณ์ลงปลูกในแปลงได้ เนื่องจากมีการนําเอาพลาสติกมาใช้เป็นถุงเพาะชําต้นกล้า เมื่อนําต้นกล้าปลูกลงดินแล้ว ถุงเพาะชําเหล่านั้นก็จะกลายเป็นขยะพลาสติกย่อยสลายยาก (ฟาร์มเกษตร, 2563) หากมีการกําจัดที่ไม่ถูกวิธีโดยการเผาขยะหรือการฝังกลบ จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมา เช่น เกิด มลพิษทางอากาศ เกิดภาวะโลกร้อนและโดยเฉพาะการเกิดมลพิษทางดินที่จะส่งผลให้ดินเปรี้ยว (สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2561)
มลพิษทางดินเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบมากในปัจจุบัน สาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดมลพิษทางดิน คือ การทิ้ง ขยะที่เกิดจากสารเคมีย่อยสลายยาก ทําให้เกิดอันตรายต่อพืชและสิ่งมีชีวิตในดิน (สํานักงานสิ่งแวดล้อม และควบคุมมลพิษที่ 13 (ชลบุรี), 2562) ซึ่งจากผลกระทบดังกล่าวทําให้มีการคิดค้นและผลิตพลาสติก ทางเลือก คือ พลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ที่สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติ เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม และไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์
ในปัจจุบันพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพเข้ามามีบทบาทต่อเกษตรกรที่ปลูกปาล์มน้ํามัน ซึ่ง พลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ คือ พลาสติกที่ผลิตขึ้นจากวัสดุธรรมชาติ นํามาขึ้นรูปให้กลายเป็น พลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดระยะเวลาในการย่อยสลายและมีวิธีการกําจัดที่สามารถทําได้ ใน ครัวเรือน รวมไปถึงผ่านกระบวนการย่อยสลายทางอุตสาหกรรม (Dezpax.com, 2565) การใช้พลาสติก ย่อยสลายได้ทางชีวภาพจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาวัสดุสําหรับการใช้งานเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมถึงการนํามาประยุกต์ใช้ในการผลิตถุงเพาะชํา
ถุงเพาะชําย่อยสลายได้ทางชีวภาพ สามารถผลิตได้จากยางพารา กากถั่วเหลือง ผักตบชวา เปลือก กล้วย ซึ่งมีคุณสมบัติในการย่อยสลายและดูดซับความชื้นได้ เนื่องด้วยเปลือกถั่วลิสงมีคุณสมบัติช่วย ป้องกันไม่ให้น้ําไหลซึมเร็วเกินไปและช่วยดูดซับความชื้นได้เช่นเดียวกัน ทําให้ไม่ต้องรดน้ําต้นไม้บ่อยครั้ง นอกจากนี้หากนําเปลือกถั่วลิสงมาทุบแล้วผสมลงในดินหรือโรยไว้รอบโคนต้นไม้จะช่วยเพิ่มธาตุอาหารให้แก่ดิน (NatSupreeya, 2560) เปลือกถั่วลิสงจึงเป็นวัสดุที่เลือกใช้ในการผลิตถุงเพาะชําย่อยสลายได้ทางชีวภาพ
ทางคณะผู้จัดทําสนใจที่จะศึกษาโครงงานเรื่อง การศึกษาการใช้ประโยชน์จากเปลือกถั่วลิสงเพื่อผลิตถุงเพาะชําย่อยสลายได้ทดแทนการใช้ถุงเพาะชําพลาสติก เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกที่จะก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและเพื่อเพิ่มมูลค่าจากการนําเปลือกถั่วลิสงที่เหลือใช้มาใช้ประโยชน์ได้อีกทางหนึ่ง โดยเลือกใช้เปลือกถั่วลิสงเป็นวัสดุในการทําถุงเพาะชํา และเลือกใช้น้ำยางพาราในการทําเป็นวัสดุประสานเพื่อให้เปลือกถั่วลิสงเกาะกันเป็นแผ่นฟิล์ม