ความหลากหลายทางพันธุกรรมและฤทธิ์ต้านแบคทีเรียของสารสกัดสำคัญ จากใบจามจุรี (Samanea saman (Jacq.) Merr.) ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ธัญภัส ไตรวิทยากร, ฐาน มีลาภอุดมชัย

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ภัทรภร เจนสุทธิเวชกุล, ภูชิต โนนจุ้ย

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายมัธยม)

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ต้นจามจุรี (Samanea saman (Jacq.) Merr.) เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ตระกูลถั่ว และเป็นพืชประจำถิ่นของแถบตอนเหนือของอเมริกาใต้ ถูกนำเข้ามาปลูกครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อประมาณปี 2443 ปัจจุบันมีปลูกกระจายทั่วประเทศ จัดเป็นไม้ที่ได้รับความสนใจและศึกษากันในหลายต่างประเทศทั้งด้านการอนุรักษ์ และการนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านชีวภาพหรือชีวมวล และองค์ประกอบทางเคมีรวมถึงการศึกษาคุณสมบัติด้านเป็นยาสมุนไพรของจามจุรี นอกจากนี้แล้ว ต้นจามจุรียังเป็นต้นไม้ประจำสถาบันของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ทำการอนุรักษ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ฐานข้อมูลเกี่ยวกับต้นจามจุรีในพื้นที่มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลทางพันธุกรรมและความสัมพันธ์ของประชาการจามจุรีในพื้นที่และการใช้ประโยชน์จากต้นจามจุรีนั้น ยังไม่เคยมีรายงานไว้ หรือมีอยู่อย่างจำกัด อีกทั้งจำนวนประชากรของต้นจามจุรีดั้งเดิมในพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้นมีจำนวนลดลงอย่างมาก โครงการนี้จึงมีแนวคิดและวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจต้นจามจุรี ศึกษาความหลากหลายและความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของต้นจามจุรีในมหาวิทยาลัย รวมถึงศึกษาทดสอบฤทธิ์การต้านแบคทีเรียของสารสำคัญที่สกัดจากใบจามจุรี โดยผลการศึกษาพบว่า ต้นจามจุรีในพื้นที่ศึกษานั้นมีความหลากหลายทางพันธุกรรมค่อนข้างสูง และไม่สามารถแยกกลุ่มตัวอย่างที่เก็บจากต่างพื้นที่ออกจากกันได้ชัดเจน ทั้งนี้อาจเป็นผลเนื่องจากต้นจามจุรีเหล่านี้ถูกนำมาปลูกดั้งเดิมและเติบโตมาตั้งแต่อดีต ซึ่งต้นที่ถูกนำมาเข้ามาปลูกนั้นอาจมีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตาม พบว่าต้นจามจุรีที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปลูกนั้นมีความมีสัมพันธ์ทางพันธุกรรมค่อนข้างใกล้ชิด ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากต้นที่ทรงนำมาปลูกนั้นเป็นต้นอ่อนจากพระราชวังไกลกังวลที่เกิดจากต้นพ่อ-แม่เดียวกัน หรือพันธุกรรมใกล้ชิดกัน ส่วนการทดสอบฤทธิ์ต้านแบคทีเรียนนั้น พบว่าสารสกัดจากใบสดโดยการสกัดด้วยน้ำ สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อ E. coli และเชื้อ B. subtilis ได้ โดยมีค่า MIC ที่ 512 และ 256 µg/ml ตามลำดับ และสารสกัดใบสดที่เป็นส่วนของเหลวจากการสกัดด้วย 80% เอทานอล สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อ B. subtilis ได้ที่ค่า MIC 256 µg/ml ผลจากการศึกษาของโครการ นับเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่สำคัญในการจัดทำมาตรการอนุรักษ์เก็บรักษาต้นจามจุรีดั้งเดิมไว้ เพื่อปลูกทดแทนต้นเดิมในกรณีที่ต้นเดิมนั้นโค่นล้มลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นจามจุรีทรงปลูก และควรทำการศึกษาทดสอบฤทธิ์ต้านการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่น ๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อก่อโรคในพืช ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการวิจัยต่อยอดในการพัฒนาเป็นสารอินทรีย์ในการป้องกันและควบคุมโรคในพืช ซึ่งจะเป็นการลดและแก้ปัญหาในการใช้สารเคมี รวมถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าจากเศษใบ ซึ่งเป็นสิ่งเหลือทิ้งจากพืชได้อีกด้วย ซึ่งการพัฒนาต่อ ยอดงานวิจัยโครงการนี้ จะเป็นการอนุรักษ์ ใช้ประโยชน์และแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ยั่งยืนต่อไป