ชื่อเรื่อง เครื่องสูบน้ำพลังงานสะอาดโดยใช้หลักการกาลักน้ำและตะบันน้ำ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ส่งศักดิ์ แฝงจันดา, ชนม์นิภา แก้วยอด, จิรนันท์ แก้วไทย

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ณรงค์ศักดิ์ เเสงขาว

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เลย

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

บทคัดย่อ

ในปัจจุบันในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร ในฤดูแล้งปริมาณน้ำที่จะนำมาใช้ในการเกษตรมีปริมาณน้อยไม่เพียงพอต่อการเกษตร จึงมีการสูบน้ำจากแหล่งน้ำขึ้นมาใช้ จึงได้นำวิธีการของกาลักน้ำที่เป็นวิธีการถ่ายเทของเหลวจากที่สูงลงไปสู่ที่ต่ำอย่างต่อเนื่องโดยผ่านตัวกลางคือท่อ หลอด หรือสาย โดยที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าช่วยแต่อย่างใด วิธีการทำโดยใช้หลอดหรือท่อน้ำมาเติมน้ำให้เต็มปิดปลายหลอดทั้งสองข้างเอาไว้ให้แน่นและนำปลายหลอดข้างใดข้างหนึ่งใส่ลงไปในภาชนะที่ต้องการที่จะถ่ายเทน้ำออก และปลายหลอดอีกข้างหนึ่งก็ใส่ไว้ในภาชนะที่รองรับและจะต้องต่ำกว่าภาชนะที่จะถ่ายน้ำออกเสมอ แรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลของน้ำและน้ำหนักของน้ำในหลอดจะดูดเอาน้ำจากปลายหลอดด้านที่สูงกว่าลงมาสู่ด้านที่ต่ำกว่าทำให้เราถ่ายน้ำออกจากภาชนะได้อย่างง่ายดาย ซึ้งภายในท่อหรือหลอดน้ำจะกระทำกันคล้ายสายโซ่ ที่เรียงร้อยไปด้วยน้ำ ซึ่งจะดึงโมเลกุลน้ำด้วยกันตามกันมาโดยอาศัยพันธะไฮโดรเจน นั้นเอง ทั้งนี้ได้มีการทดลองในระบบสุญญากาศโดยสูบอากาศออกทำให้พบว่า กาลักน้ำยังคงสามารถทำงานได้ดังเดิม แสดงว่า กาลักน้ำไม่ได้อาศัยแรงดันอากาศ แต่อาศัยแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลและน้ำหนักของของเหลวนั้นๆ และหลักการตะบันน้ำ คือ การทำให้น้ำที่ไหลมาด้วยความเร็ว หยุดกระทันหัน เหมือนเราเปิดก็อกน้ำ ที่ส่งมาจากแท็งน้ำสูงๆ แล้วเราปิดทันที่ จะเกิดแรงดันตีกลับทำให้ท่อน้ำสะบัด ความดันชั่วขณะนี้ จะนำไปใช้ในการส่งน้ำต่อไปยังถังเก็บที่สูงกว่า โดยเราต้องยอมสูญเสียน้ำจำนวนหนึ่งไป ตามหลักอณุรักษ์พลังงาน คือเราดึงเอาพลังงานจากน้ำที่ไหลเข้า มาให้น้ำที่ส่งไปยังถังเก็บ และทิ้งน้ำที่เหลือพลังงานน้อยออกไปทางวาล์วน้ำทิ้ง จึงมีคุณสมบัติที่ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้า และน้ำมันเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรได้และในฤดูแล้งเราใช้เครื่องสูบน้ำพลังงานสะอาดควบคู่กับธนาคารน้ำพลังงานสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ