ผลของขี้เถ้าจากพืชในท้องถิ่นเพื่อใช้เคลือบเมล็ดพันธุ์ถั่วดาวอินคา
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ชินนพัฒน์ บุญตัน
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
เกียรติศักดิ์ อินราษฎร
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
แนวคิด ที่มาและความสำคัญ
หนึ่งในของว่างที่ผู้คนนิยมรับประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่รักสุขภาพและนักกีฬา คือ อาหารในกลุ่มของถั่วเปลือกแข็ง หรือ นัท ที่เรารู้จักกันทั่วไป เช่น อัลมอนด์ มะม่วงหิมพานต์ แมคคาเดเมีย พิสตาชิโอ วอลนัท บราซิลนัท ฮาเซลนัท พีแคน และ ถั่วลิสง และจากการศึกษาพบว่าผู้คนที่อายุยืนยาวที่อาศัยอยู่ในเมือง โลมา ลินดา แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากจะมีอายุยืนแล้วยังเป็นโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคเบาหวาน น้อยกว่าคนทั่วไป 50 เปอร์เซ็นต์ พฤติกรรมอย่างหนึ่งของชาวเมืองนี้ คือ รับประทานถั่ววันละประมาณ 1 กำมือ ซึ่งตรงกับงานวิจัยและข้อมูลสนับสนุน ในปี 2003 องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration; FDA) แนะนำให้บริโภคถั่วเปลือกแข็ง 1.50 ออนซ์ (ประมาณ 42.50 กรัมต่อวัน) อาจจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ต่อมาในปี 2009 European Food Safety Authority ได้ให้คำกล่าวอ้างทางสุขภาพไว้ว่า การกินถั่วเปลือกแข็ง 30 กรัมต่อวัน ร่วมกับการกินอาหารที่เหมาะสม (A balanced diet) จะเป็นผลดีต่อหัวใจ แต่หากกินร่วมกับอาหารจำกัดพลังงาน จะช่วยในการควบคุมน้ำหนัก และเมื่อไม่นานมานี้กระแสของถั่วเปลือกแข็งให้ความสนใจ และทำการศึกษากับถั่วชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าทางอาหารสูงและสามารถนำมาทำอาหารและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้หลากหลาย นั่นคือ ถั่วดาวอินคา (Sacha Inchiหรือ Inca Peanuts)