การสกัดเจลโลสจากเนื้อเมล็ดมะขามเพื่อนำไปสู่การทำแคปซูล

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ภัทรพล เจนจิตต์, พงศกร เพชรพิบูลย์ไทย

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ณัฐภัสสร เหล่าเนตร์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันประเทศไทยได้มีผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ออกมาอย่างแพร่หลายไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์เพื่อการควบคุมน้ำหนัก บำรุงผิวพรรณ และบำรุงร่างกาย โดยผลิตภัณฑ์ที่นิยมใช้คือยารูปแบบแคปซูลซึ่งเป็นที่นิยมทั้งในวงการแพทย์และอุตสาหกรรมยา และวัสดุที่นิยมใช้ในการผลิตแคปซูลคือ เจลาติน และเพคติน เนื่องจากเจลาตินมีคุณสมบัติที่เหมาะสม เช่น ละลายน้ำได้ดีที่อุณหภูมิสูง คงรูปที่อุณหภูมิห้อง เพคตินมีคุณสมบัติที่เหมาะสม เช่น เป็นสารประกอบโพลีเมอร์ที่ทำหน้าที่เป็นก่อสภาพเจลซึ่งง่ายต่อการขึ้นรูปเป็นแคปซูล

อย่างไรก็ตามเจลาตินที่ใช้ทำเปลือกแคปซูลส่วนได้มาจากสัตว์ซึ่งสกัดออกมาจากผิวหนังและไขกระดูกของสัตว์เช่น ไขกระดูกโค หนังสุกร อาจจะมีเชื้อโรคหรือแบคทีเรียปนเปื้อนอีกทั้งหลีกเลี่ยงสำหรับกลุ่มผู้บริโภคมังสวิรัติและอาหารเจ ส่วนเพคตินประเทศไทยได้นำเข้าเพคตินเพื่อมาทำประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ มูลค่าปีละกว่า 300 ล้านบาท และมีแนวโน้มมากขึ้นทุกปีโดยมูลค่าเพคติน ในตลาดโลกปี 2017 คาดการณ์ที่ประมาณ 950 ล้านเหรียญสหรัฐ (องค์การการค้าโลก,World Trade Organization,WTO,2560) ผู้วิจัยจึงมีแนวคิดที่จะนำวัสดุจากธรรมชาติ ราคาถูก มีคุณสมบัติที่คล้ายคลึงเจลาตินและเพคติน มาผลิตแคปซูลเปลือกแข็ง เพื่อทดแทนการใช้เจลาตินที่ได้จากเนื้อสัตว์และเพคติน ที่มีราคาสูง โดยสารที่สนใจที่จะใช้ผลิตแคปซูลเปลือกแข็ง คือ เจลโลส เพื่อเป็นแนวทางในการทำแคปซูลยาเปลือกแข็งจากองค์ประกอบของพืชและเพิ่มมูลค่าเป็นสารที่ได้จากการสกัดกัมจากเมล็ดมะขามพบได้ใน เปลือกและเมล็ดของมะขามทำหน้าที่ เป็นสารให้ความคงตัว ทนต่อแรงดึงและแรงเฉือน และมีคุณสมบัติในการก่อสภาพเจลแต่มีความแข็งแรงกว่าเพคติน(Gel Strength)และมีใยอาหารสูงกว่า( รศ.ดร.วุฒิชัย นาครักษา,2560) โดยคณะผู้วิจัยมีแนวคิดที่จะสกัดกัมเจลโลสจากผลผลิตเหลือใช้ทางการเกษตร หรืออุตสาหกรรมแปรรูปก็คือเมล็ดมะขาม โดยเป็นผลผลิตที่เหลือการอุตสาหกรรมแปรรูปมะขาม พบได้มากในท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์ ในอุตสาหกรรมแปรรูปมะขามได้มีการทิ้งเมล็ดมะขามเฉลี่ยปีละ 150-200 ตัน โดยเปล่าประโยชน์ หากนำเอาเมล็ดมะขามมาประยุกต์ใช้ในการทำแคปซูลเปลือกแข็งเพื่อลดปริมาณขยะที่กำลังเป็นปัญหา และส่งเสริมการนำผลิตภัณฑ์ทางเกษตรกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งยังสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเจลโลสเมล็ดมะขามใช้ในด้านเภสัชกรรมได้ในอนาคต