การศึกษาโฟมชีวภาพจากแป้งมันสำปะหลังที่เสริมด้วยเส้นใยเซลลูโลสจากกาบมะพร้าวและชานอ้อย

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กมลทิพย์ พลเทพ, ฐิติยาลักขณ์ ศรีหาวงษ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

วิริยา ตาสี, ณัฏฐพัชร์ เพ็ชรศรีกุล

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เลย

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปัจจุบันโฟมพลาสติกนิยมนำมาใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ แต่เนื่องจากโฟมพลาสติกเหล่านี้ใช้เวลาในการย่อยสลายนานนับร้อยปี จึงเป็นสาเหตุก่อให้เกิดปัญหาเรื่องขยะ

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว จึงมีการพัฒนาวัสดุที่มีคุณสมบัติในการย่อยสลายได้โดยธรรมชาติ แป้งมันสำปะหลังถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ กาบมะพร้าวและชานอ้อยมีเส้นใยที่มีเซลลูโลสเป็นองค์ประกอบ ซึ่งกาบมะพร้าวและชานอ้อยเป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่สามารถพบได้ง่ายในท้องถิ่น

ดังนั้น ในโครงงานนี้จึงมุ่งเน้นการผลิตโฟมชีวภาพ จากแป้งมันสำปะหลังเพื่อทดแทนโฟมพอลิสไตรีน โดยการเติมเส้นใยเซลลูโลสจากกาบมะพร้าวและชานอ้อย เพื่อปรับปรุงสมบัติเชิงกลและสมบัติทางกายภาพของโฟมชีวภาพ และทำการขึ้นรูปโดยกระบวนการอัดขึ้นรูปโฟม

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อศึกษาการผลิตโฟมชีวภาพจาก แป้งมันสำปะหลังและเสริมด้วยเส้นใยกาบมะพร้าวและ ชานอ้อย

2.เพื่อศึกษาคุณสมบัติการดูดซับน้ำ ความชื้น สมบัติทางกายภาพ และ อัตราการย่อยสลายด้วยวิธีการชีวภาพของผลิตภัณฑ์โฟมชีวภาพ

3.เพื่อหาสภาวะที่เหมาะสมของปริมาณกลีเซอรอล แป้งมันสำปะหลัง และ เส้นใยกาบมะพร้าว และ ชานอ้อยในการผลิตโฟมชีวภาพย่อยสลายได้เสริมด้วยเส้นใยกาบมะพร้าวและชานอ้อย

สมมติฐาน

โฟมพลาสติกชีวภาพโดยใช้แป้งมันสำปะหลัง และเสริมด้วยเส้นใยเซลลูโลสจากกาบมะพร้าว และชานอ้อยมีความสามารถในการย่อยสลายทางชีวภาพได้ สามารถขึ้นรูปเป็นบรรจุภัณฑ์ได้ และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  1. พบแนวทางการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ผลิตเป็นโฟมพลาสติกชีวภาพ

  2. โฟมพลาสติกชีวภาพที่ได้สามารถเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยลดมลภาวะทางอากาศที่เกิดจากการเผาทำลายบรรจุภัณฑ์จากพลาสติก

  3. เป็นช่องทางการสร้างรายได้เพิ่มเติมของเกษตรกรจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร