ศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมของมูลวัวเเละใบยางพาราในการทำปุ๋ยหมักโดยใช้การย่อยสลายของไส้เดือนดินต่อการเจริญเติบโตของผักกวางตุ้ง
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ศรอนงค์ เรืองวิทยาวงศ์, โศจิรัตน์ ตันติกฤตยา
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
พัชรา พงศ์มานะวุฒิ
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
การเพาะปลูกพืชให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตามความต้องการ ต้องอาศัยสภาพแวดล้อมและปัจจัยที่เหมาะสมและต้องใช้ปุ๋ยที่ประกอบไปด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืช มูลวัวเป็นวัตถุดิบที่มีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์ เหมาะสมกับการนำมาทำเป็นปุ๋ยให้กับพืช และใบยางพาราเป็นพืชที่พบมากในจังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งมีการผลัดใบในช่วงฤดูร้อน และย่อยสลายได้ช้า โครงงานนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อทำปุ๋ยหมักจากมูลวัวและใบยางพารา และศึกษาประสิทธิภาพของปุ๋ยหมักจากมูลวัวและใบยางพาราในสัดส่วนต่าง ๆ โดยมีการใช้ไส้เดือนดินในการเร่งการย่อยสลาย เพื่อให้มูลวัวและใบยางพารากลายเป็นปุ๋ยได้เร็วยิ่งขึ้น โดยได้ทำการออกแบบการทดลองซึ่งใช้มูลวัวและใบยางพาราในอัตราส่วนที่แตกต่างกันในแต่ละกะละมัง ใส่ไส้เดือนดินลงไปกะละมังละ 100 กรัม มีการควบคุมปริมาณแสงและน้ำ และทำการทดสอบประสิทธิภาพของปุ๋ยแต่ละชนิดที่ได้ด้วยการวัดธาตุอาหารในปุ๋ย วัดความสามารถในการกักเก็บน้ำของปุ๋ยด้วยการใช้ censor วัดความชื้นแบบ real time และนำปุ๋ยแต่ละชนิดไปใช้ในการปลูกผักกวางตุ้ง แล้วเปรียบเทียบการเจริญติบโตของผักกวางตุ้งด้วยการวัดความสูงของลำต้น เส้นผ่านศูนย์กลางของลำต้น จำนวนใบ ความยาวของใบ และความยาวของก้านใบ ผลการศึกษาพบว่า ปุ๋ยหมักที่มีอัตราส่วนระหว่างมูลวัวต่อใบยางพารา 60 ต่อ 40 ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของผักกวางตุ้งได้ดีที่สุด ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเพื่อใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ให้กับพืชชนิดอื่น ๆ ได้ในอนาคต