การคัดแยกเชื้อแบคทีเรียทนเค็มที่มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ที่ใช้แล้วที่ปนเปื้อนในทะเลโดยใช้วิธีทางชีวภาพ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ธณาวุฒิ ประมวลศิลป์, ปุณิกา ทรัพย์แต่ง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

กนกรัตน์ สิงห์นุ้ย, อาภรณ์ รับไซ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

บทคัดย่อ

การคัดแยกเชื้อแบคทีเรียทนเค็มที่มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ที่ใช้แล้วในทะเลด้วยวิธีทางชีวภาพ โดยคัดแยกจากตัวอย่าน้ำทะเลบริเวณท่าเรือปากพนังฝั่งตะวันออก โดยมีความเค็มสูงสุด 30 ppt แล้วนำมาคัดแยกเชื้อแบคทีเรียทนเค็มที่สามารถย่อยสลายน้ำมันเครื่องได้จึงนำตัวอย่างน้ำทะเลไปเขย่าร่วมกับน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วจากนั้นนำไปบ่มเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ จากนั้นจึงเชื้อนำไปเพาะเลี้ยงต่อในอาหารแข็งที่มีการปรับความเค็ม 35 ppt เพื่อคัดแยกแบคทีเรียที่มีคุณสมบัติเป็นเชื้อทนเค็มและย่อยสลายน้ำมันได้ เมื่อนำเชื้อแบคทีเรียที่ได้นั้นเมื่อนำไปศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาพบว่ามีเชื้อเพียง 2 สกุล คือ Staphylococcus sp. และ Flavobacterum sp. เมื่อนำไปทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการย่อยสลายน้ำมันด้วยการวัดปริมาณน้ำมันที่ย่อยสลายได้ซึ่งตรวจสอบโดยวิธี Partition gravimetric method พบว่า Flavobacterum sp. มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายที่ดีกว่า Staphylococcus sp. โดยประสิทธิภาพอยู่ที่ 79.9 % และ 73.6 % ตามลำดับ ดังนั้นจึงเลือกเชื้อ Flavobacterum sp. ในการศึกษาสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตเมื่อนำไปศึกษาค่าความเป็นกรด-ด่างที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตพบว่า pH ที่เหมาะสมที่สุดในการเจริญเติบโตมีค่าเท่ากับ 8.5 และอุณหภูมิที่เหมาะสมในการบ่มเชื้ออยู่ที่ 38 องศาเซลเซียส และความเค็มเหมาะสมที่สุดในการเจริญเติบโตคือ 7.5 % ข้อมูลจากการศึกษานั้นสามารถพัฒนาในรูปแบบของนวัตกรรม เช่น EM ball หรือ น้ำหมักชีวภาพเพื่อพ่นย่อยสลายน้ำมันตามพื้นที่ต่างๆ ที่มีการปนเปื้อนคราบน้ำมัน หรือการทำวัสดุดูดซับน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ในทะเลแล้วนำมาย่อยสลายด้วยแบคทีเรียภายใต้สภาวะที่เหมาะสมที่สุดตามที่ได้ศึกษาไว้ข้างต้น