การศึกษา เเละ เปรียบเทียบฟีโรโมน กับสารสกัดที่มาจากธรรมชาติ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

อรวรรยา รอดเสียงล้ำ, ณัฐรินีย์ เอียดคง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

นารินทร์ ทองเพียร

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ชื่อโครงงาน การศึกษา เเละ เปรียบเทียบฟีโรโมน กับสารสกัดที่มาจากธรรมชาติ

เพื่อใช้ในการล่อผึ้ง

โรงเรียน บางบ่อวิทยาคม

ผู้จัดทำ เด็กหญิง ณัฐรินีย์ เอียดคง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

เด็กหญิง อรวรรยา รอดเสียงล้ำ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

อาจารย์ที่ปรึกษา นางสาว นารินทร์ ทองเพียร

ระยะเวลาในการจัดทำ เริ่มจัดทำตั่งเเต่วันที่ 20สิงหาคม ถึง วันที่14กันยายม พศ.2563 เป็น ร ระยะเวลาโดยรวม 43 วัน

บทคัดย่อ

ในปัจจุบันการสืบพันธุ์ของพืชนั้นเพิ่มเป็นไปในทางที่ยากขึ้น เนื่องจากมีสภาพเเวดล้อมต่างๆบริเวณโดยรอบของพืชไม่สามารถอำนวยความสะดวกเพื่อที่จะให้พืชสืบพันธุ์โดยวิธีธรรมชาติได้ เเละ วิธีธรรมชาติที่กล่าวมานี้คือ การอาศัยตัวเเปลที่เป็นสภาพเเวดล้อมโดยรอบ เช่น กระเเสลม จะช่วยพัดละอองเรณูจากเกสรดอกไม้เพศผู้ไปหาเกสรดอกไม้เพศเมียจากนั้นจึงเกิดการปฎิสนธิภายในเกสรเพศเมีย เเละ ออกมาเป็นผล ส่งผลให้มีการสืบพันธุ์ได้ง่ายขึ้น เเต่เนื่องจากบางสถานที่อาจไม่สมารถให้พืชผสมพันธุ์โดยวิธีธรรมชาติได้ จึงต้องอาศันอีกตัวเเปลหนึ่งนั่นคือผึ้ง ผึ้งจะช่วยผสมเกสรโดยวิธีที่ผึ้งจะบินไปเกาะที่เกสรดอกไม้เพศผู้เพื่อดูดน้ำหวานทำให้ละอองเรณูบริเวณเกสรดอกไม้เพศผู้ติดตัวผึ้งมาด้วย เเละเมื่อผึ้งไปเกาะที่ดอกไม้เพศเมียละอองเรณูที่ติดบริเวณตัวผึ้งก็จะไปผสมกับเซลล์ไข่ภายในเกสรเพศเมีย ทำให้เกิดการปฎิสนธิขึ้น บางพื้นที่ที่ไม่มีผึ้ง เช่น โรงเรือนเพาะปลูก จึงใช้ตัวเลือกที่เป็นฟีโรโมนเพื่อล่อผึ้ง เนื่องจากฟีโรโมนผึ้งนั้นมีราคาที่ค่อนข้างสูง ทางคณะผู้จัดทำจึงร่วมระดมความความคิดเเละทำการสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตว่ามีพืชชนิดไหนที่สามารถใช้ในการล่อผึ้งได้บ้าง เเละพืชที่ได้สืบค้นมานั้นได้เเก่ ดอกบัวหลวง เเละ ดอกดาวเรือง โดยทางคณะผู้จัดทำจะทำการนำ ดาวเรือง เเละ บัวหลวง มาทำกาสกัดเเบบไอน้ำเพื่อให้ได้สารออกมาในรูปเเบบน้ำมันหอมระเหย หลังจากนั้นจะนำตัวสารสกัดที่ได้จากพืชมาทำการทดสอบประสิทธิภาพ กับตัวสารฟีโรโมน ด้วยวิธีการวางตั้งไว้ ในสถานที่เเละเวลาเดียวกันเพื่อดูปฏิกิริยาของผึ้งที่เข้ามาตอมนั่นเอง