การพัฒนาอุปกรณ์สำหรับล่อและจับหอยเชอรี่
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
วชิรวิชญ์ เต็มวิริยะกุล, ปัณณวัฒน์ เองชวน, พศิน ศักดิ์รักษ์
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
ศิริขวัญ หนูพุทธิ
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
การแพร่ระบาดของหอยเชอรี่ Pomacea canaliculata ในนาข้าวทั่วประเทศไทยทำให้รายได้ของเกษตรกรชาวนาลดลง เกษตรกรส่วนมากเลือกใช้สารฆ่าแมลงแทนสารฆ่าหอยเพราะหอยเชอรี่สามารถแพร่พันธุ์ได้เร็ว ซึ่งโดยปกติแล้วพื้นที่จังหวัดตรังเป็นพื้นที่ที่มีปริมาณหอยเชอรี่ระบาดในบางฤดู (ประดับเพชรรัตน์และคณะ, 2021) ซึ่งฤดูที่หอยเชอรี่แพร่ระบาดอยู่มากคือฤดูฝนหรือช่วงเดือนมิถุนายนที่มีอัตราการป่วยจากการได้รับสารพิษจากสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชอยู่ในอัตราที่สูง (สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม, 2012) ซึ่งจะเห็นได้ว่าการใช้ยาฆ่าแมลงเพื่อกำจัดหอยเชอรี่ นั้นส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของเกษตรกร
การที่จะป้องกันผลกระทบจากการใช้ยาฆ่าแมลงได้ต้องหาวิธีที่สามารถลดปริมาณหอยเชอรี่ที่มีประสิทธิภาพและไม่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม เสนารัตน์ และศรียาณี (Senaratne &Sriyani, 2006) กล่าวว่า หอยเชอรี่สามารถถูกดึงดูดได้โดยใบมะละกออันเนื่องมาจากใบมะละกอมีน้ำยางซึ่งเป็นตัวดึงดูด ทำให้การใช้ใบมะละกอมาใช้สำหรับล่อหอยเชอรี่เป็นหนึ่งในวิธีการล่อหอยเชอรี่ที่ไม่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม แต่วิธีการนี้มีข้อเสียคือ หอยเชอรี่จะสามารถหนีออกไปได้
ทางผู้จัดทำจึงได้เล็งเห็นนำพฤติกรรมของหอยเชอรี่ 2 อย่างมาปรับใช้ทำเป็นอุปกรณ์สำหรับล่อหอยเชอรี่ คือ 1.การวางไข่ของหอยเชอรี่ หอยเชอรี่จะวางไข่เหนือน้ำประมาณ 1 ฟุต 2.หอยเชอรี่ชอบยางในพืช (อัมพร ทรัพย์สกุล, 2014) โดยหลักการทำงานนั้นทำงานคล้ายกับลอบดักปลา เมื่อหอยเชอรี่เข้ามาในขวดแล้วจะไม่สามารถออกไปได้อีกโดยการออกแบบนั้นจะออกแบบตามปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการล่อหอยเชอรี่ ปัจจัยที่เลือกมามีดังนี้ 1.วัสดุทีี่นำมาใช้แทนท่อนไม้ 2.ลักษณะรูปทรงของท่อนไม้ 3.รูปทรงอุปกรณ์ 4.วัตถุดิบล่อหอยเชอรี่และทำการทดลองปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการล่อหอยเชอรี่แล้วนำไปปรับใช้ในการออกแบบอุปกรณ์ล่อหอยเชอรี่
ดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงสนใจที่จะพัฒนาอุปกรณ์สำหรับล่อและจับหอยเชอรี่เพื่อหาวิธีการที่สามารถล่อหอยเชอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม