แผ่นฟิล์มจากแป้งมันสำปะหลังผสมสารสกัดจากวัชพืชวงศ์ Asteraceae เพื่อยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย E.coli และ S.aureus บริเวณจุดสัมผัสร่วม

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

วรวัฒน์ มาสบ, ดรุณวรรณ บุญเลิศอนันต์, มนัสนันท์ มูลจะคำ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

จิรวัฒน์ วโรภาษ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

วัชพืชวงศ์ Asteraceae เป็นพืชดอกวงศ์ใหญ่ที่มีการกระจายอย่างแพร่หลาย ซึ่งวัชพืชวงศ์นี้มีสารสำคัญที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ได้ ได้แก่ Flavonoid glycoside และ Phenols เพื่อนำมาทำเป็นแผ่นฟิล์มซึ่งมีส่วนผสมของแป้งมันสำปะหลังและกลีเซอรอลที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่น คงทน สำหรับนำมาปกป้องพื้นผิวสัมผัสบริเวณจุดสัมผัสร่วม โครงงานนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย E.coli และ S.aureus ของสารสกัดจากวัชพืชและแผ่นฟิล์มจากแป้งมันสำปะหลังผสมสารสกัดจากวัชพืช และเพื่อศึกษาคุณสมบัติของแผ่นฟิล์มจากแป้งมันสำปะหลังผสมสารสกัดจากวัชพืช โดยทำการสกัดวัชพืชหยาบด้วยเอทานอลของตัวอย่างวัชพืชแห้ง ได้แก่ หญ้าปืนนกไส้, หญ้าดอกขาว และกระดุมทอง จำนวน 1 กรัม ต่อ เอทานอลความเข้มข้น 80% ปริมาตร 10 มิลลิลิตร โดยเเบ่งการทดลองออกเป็นทั้งหมด 4 ชุดการทดลอง ได้เเก่ ชุดสารสกัดจากปืนนกไส้, ชุดสารสกัดจากหญ้าดอกขาว, ชุดสารสกัดจากกระดุมทอง และชุดสารสกัดจากวัชพืชรวม จากนั้นทดสอบความสามารถในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย E.coli และ S.aureus ของสารสกัดหยาบจากวัชพืชปริมาตร 10 ไมโครลิตรด้วยวิธี Disk diffusion โดยใช้แบคทีเรียที่มีค่าการดูดกลืนแสงอยู่ที่ 0.03-0.3 A (Absorbance) วัดด้วยเครื่องวัดการดูดกลืนแสง (UV-VIS) ที่ความยาวคลื่น 600-700 นาโนเมตร และวัดเส้นผ่านศูนย์กลางการยับยั้งด้วยไม้บรรทัด (มิลลิเมตร) เมื่อเวลาผ่านไป 24 ชั่วโมง จากนั้นเตรียมฟิล์มโดยการละลายแป้งมันสำปะหลังในน้ำให้มีความเข้มข้นร้อยละ 4 โดยมวลต่อปริมาตร ผสมกลีเซอรอลร้อยละ 50 โดยน้ำหนักของแป้ง และผสมสารสกัดจากวัชพืชที่ปริมาตร 1ml, 3ml, 5ml และ 7ml โดยเเบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 ชุดการทดลอง ได้เเก่ 1ml, 3ml, 5ml, 7ml และชุดการทดลองที่ไม่เติมสารสกัด ขึ้นรูปแผ่นฟิล์มโดยการอบแห้งที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชั่วโมง จากนั้นทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพของแผ่นฟิล์ม โดยวัดความหนาของฟิล์มด้วยไมโครมิเตอร์ ทำการวัดทั้งหมด 5 จุด และหาค่าเฉลี่ย ทดสอบคุณสมบัติทางเคมีด้านอัตราการซึมผ่านของไอน้ำโดยใช้ถ้วยทดสอบเส้นผ่านศูนย์กลาง 4.5 เซนติเมตร สูง 3.2 เซนติเมตร บรรจุด้วยซิลิกาเจลตัดแผ่นฟิล์มเป็นวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 7 เซนติเมตรปิดบนถ้วยทดสอบ ชั่งน้ำหนักตัวอย่างแผ่นฟิล์มรวมกับถ้วยทดสอบ นำถ้วยทดสอบใส่ในโถควบคุมความชื้นที่ร้อยละ 75RH (ที่บรรจุน้ำกลั่นไว้ภายใน) ที่อุณหภูมิห้อง ชั่งน้าหนักถ้วยทดสอบเมื่อเวลาผ่านไป 0, 1, 2, 3, 4, 5 และ 6 ชั่วโมง คำนวณหาค่าโดยใช้สูตร และทดสอบคุณสมบัติทางเคมีด้านการละลายน้ำ โดยนำแผ่นฟิล์มมาอบแห้งที่อุณหภูมิ 102 องศาเซลเซียส นาน 3 ชั่วโมง และชั่งน้ำหนัก (W1) จากนั้นนำไปละลายในน้ำกลั่น 50 มิลลิลิตร และกวนด้วยแท่งกวนแม่เหล็ก (magnetic stirrer) เป็นเวลา 2 ชั่วโมง จากนั้นกรองผ่านกระดาษกรอง Whatman No.4 ที่ชั่งน้ำหนักแล้ว (a1) นำไปอบแห้ง ที่อุณหภูมิ 102 องศาเซลเซียส นาน 25 นาที ชั่งน้ำหนักของ กระดาษกรอง (a2) บันทึกผลการทดลองและวิเคราะห์โดยใช้สูตร ต่อมาทดสอบคุณสมบัติทางกลด้านการต้านทานแรงดึง โดยตัดแผ่นฟิล์มให้มีขนาดที่ 4x2 ตารางเซนติเมตร เจาะรูแผ่นฟิล์มที่ด้านตรงข้ามกันด้วยที่เจาะใบไม้จำนวน 2 รู ห่างจากขอบฟิล์ม 0.5 เซนติเมตร ใช้ห่วงเกี่ยวรูที่เจาะไว้ทั้ง 2 นำห่วงใดห่วงหนึ่งคล้องกับราวที่แข็งแรง นำกรวยกระดาษเกี่ยวอีกด้านของห่วง จากนั้นนำลูกแก้วใส่ลงไปในกรวยกระดาษที่เกี่ยวไว้กับห่วงจนกว่าแผ่นฟิล์มที่ทดสอบจะขาด ชั่งน้ำหนักของลูกแก้วทั้งหมดรวมกรวยกระดาษด้วยตราชั่งละเอียด ทดสอบการต้านทานแรงดึงของแผ่นฟิล์ม เมื่อเวลาผ่านไป 1, 2, 3, 4, 5 และ 6 ชั่วโมง และบันทึกผลการทดลอง ต่อมาทำการทดสอบความสามารถในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย E.coli และ S.aureus ของแผ่นฟิล์มจากแป้งมันสำปะหลังผสมสารสกัดจากวัชพืช โดยนำแผ่นฟิล์มมาเจาะให้เป็นวงกลมด้วยคีมเจาะกระดาษ และทดสอบการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย E.coli และ S.aureus โดยวิธี Disk Diffusion วัดเส้นผ่านศูนย์กลางการยับยั้งด้วยไม้บรรทัด (มิลลิเมตร) เมื่อเวลาผ่านไป 24, 36, 48 และ 60 ชั่วโมง บันทึกผลและวิเคราะห์ผลการทดลอง