การศึกษาวงจรชีวิตของด้วงดินและพฤติกรรมการหาอาหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอยู่รอดของด้วงดินในระยะฟักไข่
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
อนันดา มันปาฏิ, นฤเบศ บุญครอง
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
รพีพร ตะเคียนราม, ปาณัสม์ สาวีรัมย์
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ด้วงดิน (Ophionea nigrofasciata) เป็นแมลงปีกแข็ง โคนขาทั้ง 3 คู่ มี สีน้ำตาล โคนปีกสีดำคาดต่อด้วยสีน้ำตาลแดง ลำตัวมีแถบสีดำ น้ำเงินพาด กลางลำตัว มีจุดขาว 2 จุด ที่ด้านหลัง 2 ข้าง มี 6 ขา หนวดยาว ปลายหนวด มีสีน้ำตาลเข้ม อกส่วนหน้ายาวกลมลักษณะคล้ายคอ ตัวอ่อนมีเขี้ยว เหมือน ตัวเต็มวัยใช้จับเหยื่อที่พบได้ทั่วไปตามธรรมชาติบริเวณพื้นดินที่มีความชุ่ม ชื้นและพื้นดินที่มีต้นหญ้าปกคลุม ส่วนมากพบในภาคเหนือและภาคกลาง พบเจอได้ค่อนข้างยาก เพราะเคลื่อนไหวตัวได้รวดเร็วและมักอาศัยในพื้นที่ที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ทั้งนี้ยังพบว่าด้วงดินมีความสำคัญในทางการเกษตร เพราะด้วงดิน (Ophionea nigrofasciata) เป็นตัวห้ำของหนอนและดักแด้ ของผีเสื้อกินใบ ไข่ผีเสื้อหนอน หนอนและดักแด้แมลงบั่ว เป็นต้น สามารถ ช่วยควบคุมจำนวนศัตรูพืชได้
ปัจจุบันมีด้วงดินจำนวนน้อย เนื่องจากสภาพแวดล้อมไม่ค่อยเอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตเเละการดำรงชีวิต ทำให้ด้วงดินมีอัตราการเกิดที่ต่ำ อีกทั้งในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่ เพียงพอเกี่ยวกับวัฎจักรชีวิตของด้วงดินสายพันธุ์ (Ophionea nigrofasciata) ในประเทศไทย อีกทั้งปัญหาทางการเกษตรพบการเกิดการระบาดของศัตรูพืชสูงขึ้น โดยเกษตรกรนิยมใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ที่มีจำหน่ายอย่างแพร่หลายและเห็นผลรวดเร็วในการควบคุมศัตรูพืช ซึ่งอาจ ก่อให้เกิดสารพิษตกค้างทางการเกษตรหรือในสภาพแวดล้อมใกล้เคียง และ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค
จากที่กล่าวมาข้างต้นผู้จัดทำเห็นว่าด้วงดินมีอัตราการอยู่รอดที่ต่ำ ดังนั้นผู้ จัดทำจึงศึกษาเกี่ยวกับวัฎจักรชีวิต และ พฤติกรรมการกินอาหารของด้วงดิน เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรม การฟักไข่เพื่อเพิ่มอัตราการอยู่รอดของด้วงดิน และการใช้ด้วงดินในการควบคุมแมลงศัตรูพืชโดยชีววิธี