การศึกษาสารฟาซีโอลามินจากถั่วขาวที่มีผลต่อการยับยั้งการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลในข้าว

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กุลณิฐ แหงมดี, ณัฐชา ภู่คงแก้ว, ทิวาพร ตันสุวรรณศิริ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ฉันทนา บุญมาก, ธัญจิรา ทองมาก

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสงวนหญิง

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง การศึกษาสารสาร Phaseolamin จากถั่วขาวที่มีผลต่อการยับยั้งการเปลี่ยน แป้งเป็นน้ำตาลในข้าว มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยยับยั้งการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลในข้าว โดยแบ่งเป็น 3 การทดลอง ดังนี้ การทดลองที่ 1 ศึกษาความเข้มข้นของสารสกัดจากถั่วขาวที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลในข้าว ได้แก่ ความเข้มข้น 2 4 6 และ 8 %โดยมวลต่อปริมาตร ตามลำดับ พบว่า ความเข้มข้นของสารสกัดจากถั่วขาวที่ดีที่สุด คือ ความเข้มข้น 4 %โดยมวลต่อปริมาตร มีค่า pH เฉลี่ย 5.50 มีค่าการดูดกลืนเฉลี่ย 0.148 มีปริมาณ amylose เหลืออยู่มากสุด 294 µg/ml การทดลองที่ 2 ศึกษาอัตราส่วนข้าวต่อสารสกัดจากถั่วขาวที่มีผลต่อค่า pH ของการทำงานของเอนไซม์ alpha - amylase ที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลในข้าว พบว่า อัตราส่วนข้าวต่อสารสกัดจากถั่วขาวที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลในข้าวที่ดีที่สุด คือ 1:4 มีค่า pH เฉลี่ย 5.56 มีค่าการดูดกลืนเฉลี่ย 0.172 มีปริมาณ amylose เหลืออยู่มากสุด 375 µg/ml การทดลองที่ 3 ศึกษาระยะเวลาการบ่มข้าวในสารสกัดจากถั่วขาวที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลในข้าว พบว่า ระยะเวลาการบ่มข้าวที่ดีที่สุด คือ 20 นาที มีค่า pH เฉลี่ย 5.55 มีค่าการดูดกลืน 0.180 มีปริมาณ amylose เหลืออยู่มากสุด 402 µg/ml และสามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ alpha – amylase ได้สูงสุด คือ 89.29 %