การศึกษาเปรียบเทียบข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่เพาะงอกต่อปริมาณสารกาบา สารประกอบฟินอลิคและสารต้านอนุมูลอิสระในข้าวกล้องงอกไรซ์เบอร์รี่

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ปารมี พินสมพงษ์, ปองพล นวมครุฑ, ศุภชาติ ป่าไร่

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

นิคม พุทธิมา

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ นับว่าเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เป็นการนำข้าวไปแช่น้ำ ทำให้เยื่อหุ้มชั้นนอกอ่อนตัว น้ำสามารถซึมผ่านเข้าไปในเมล็ดได้ ทำให้ข้าวกล้องมีรากงอกออกมา มีความยาว 0.5-1 mm. แล้วนำไปผ่านความร้อนโดยการอบลดความชื้น ทำให้แห้งข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่มีสารอาหารหลายชนิด เช่น ใยอาหาร Phytic acid วิตามินอี วิตามินซี และ GABA ซึ่งช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน เช่น ควบคุมน้ำหนักตัว เป็นต้น การทำข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ ยังทำให้ได้สาร GABA สูงขึ้น ซึ่งเป็นสารที่เป็นหัวใจสำคัญของข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่สารกาบา หรือ Gamma amino butyric acid เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ แต่ได้จากกระบวนการ Decarboxylation ของกรดกลูตามิก (Glutamic acid) กรดนี้มีความสำคัญในการทำหน้าที่สารสื่อประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง และสารกาบาเป็นสารสื่อประสาทประเภทยับยั้งโดยทำหน้าที่รักษาสมดุลสมอง ช่วยทำให้สมองผ่อนคลายและนอนหลับสบาย อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นต่อมไร้ท่อ ที่ผลิตฮอร์โมนช่วยในการเจริญเติบโต ทำให้สร้างกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อกระชับ ดังนั้นในวงการแพทย์ จึงนำสารกาบามารักษาโรคหลายชนิด เช่น โรควิตกกังวล โรคนอนไม่หลับ โรคลมชัก เป็นต้น เมื่อบริโภคข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่จะช่วยลดความดันโลหิต ลดน้ำหนัก ลดอาการอัลไซเมอร์ และทำให้ผิวพรรณดี หลักการทำงานของสารกาบา คือ เมื่อสมอหรือระบบประสาทของมนุษย์มีความเครียดมาก ๆ โดยเกิดจากนอร์เอพิเฟริน (norepinephrine) หรือ อิพิเนฟริน (epinephrine) สารจำพวกนี้เป็นสารที่ทำให้ตื่นตัวเกิดความเครียด ความวิตกกังวล หรือความกลัว และเพื่อลดอาการเหล่านี้ สมองจึงผลิตสารสื่อประสาท ซึ่งเป็นหนึ่งในสารกาบามีผลยับยั้งกับระบบประสาท โดยจะทำหน้าที่รักษาสมดุลในสมอง การมีสารกาบาน้อยเกินไปสมองก็จะคิดปรุงแต่งมากขึ้น เพราะขาดการยับยั้งอาจทำให้มีอาการวิตกกังวล เพราะหยุดหรือควบคุมความคิดตนเองไม่ได้อีกด้วย จากการศึกษาและวิจัย พบว่าการบริโภคข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ มีสารกาบามากกว่าข้าวกล้องปกติ 15 เท่า สามารถป้องกันการทำลายสมองและโรคสูญเสียความทรงจำได้ รวมทั้งผลการวิจัยต้านสุขภาพระบุว่าข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ที่ประกอบด้วยสารกาบาทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นต่อมไร้ท่อ (Anterior Pituitary) ซึ่งทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโต ทำให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อกระชับ ป้องกันการสะสมของไขมัน มีผลช่วยลดความดันโลหิตลดไลโปโปรตีนโคเลสเตอรอลชนิดความหนาแน่นต่ำในเลือด

จากคุณประโยชน์ต่าง ๆ อันมากมายของสารกาบาจากข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ จึงเป็นที่มาของการศึกษางานวิจัยในครั้งนี้ เพื่อศึกษากระบวนการเพาะงอกข้าวกล้องแบบสีเปลือกก่อนเพาะงอกเปรียบเทียบกับการสีเปลือกหลังจากเพาะงอก และระยะเวลาในการเพาะงอกที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถรักษาสารกาบาไว้สูงสุด

ข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ นับว่าเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เป็นการนำข้าวไปแช่น้ำ ทำให้เยื่อหุ้มชั้นนอกอ่อนตัว น้ำสามารถซึมผ่านเข้าไปในเมล็ดได้ ทำให้ข้าวกล้องมีรากงอกออกมา มีความยาว 0.5-1 mm. แล้วนำไปผ่านความร้อนโดยการอบลดความชื้น ทำให้แห้งข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่มีสารอาหารหลายชนิด เช่น ใยอาหาร Phytic acid วิตามินอี วิตามินซี และ GABA ซึ่งช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน เช่น ควบคุมน้ำหนักตัว เป็นต้น การทำข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ ยังทำให้ได้สาร GABA สูงขึ้น ซึ่งเป็นสารที่เป็นหัวใจสำคัญของข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่สารกาบา หรือ Gamma amino butyric acid เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ แต่ได้จากกระบวนการ Decarboxylation ของกรดกลูตามิก (Glutamic acid) กรดนี้มีความสำคัญในการทำหน้าที่สารสื่อประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง และสารกาบาเป็นสารสื่อประสาทประเภทยับยั้งโดยทำหน้าที่รักษาสมดุลสมอง ช่วยทำให้สมองผ่อนคลายและนอนหลับสบาย อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นต่อมไร้ท่อ ที่ผลิตฮอร์โมนช่วยในการเจริญเติบโต ทำให้สร้างกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อกระชับ ดังนั้นในวงการแพทย์ จึงนำสารกาบามารักษาโรคหลายชนิด เช่น โรควิตกกังวล โรคนอนไม่หลับ โรคลมชัก เป็นต้น เมื่อบริโภคข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่จะช่วยลดความดันโลหิต ลดน้ำหนัก ลดอาการอัลไซเมอร์ และทำให้ผิวพรรณดี หลักการทำงานของสารกาบา คือ เมื่อสมอหรือระบบประสาทของมนุษย์มีความเครียดมาก ๆ โดยเกิดจากนอร์เอพิเฟริน (norepinephrine) หรือ อิพิเนฟริน (epinephrine) สารจำพวกนี้เป็นสารที่ทำให้ตื่นตัวเกิดความเครียด ความวิตกกังวล หรือความกลัว และเพื่อลดอาการเหล่านี้ สมองจึงผลิตสารสื่อประสาท ซึ่งเป็นหนึ่งในสารกาบามีผลยับยั้งกับระบบประสาท โดยจะทำหน้าที่รักษาสมดุลในสมอง การมีสารกาบาน้อยเกินไปสมองก็จะคิดปรุงแต่งมากขึ้น เพราะขาดการยับยั้งอาจทำให้มีอาการวิตกกังวล เพราะหยุดหรือควบคุมความคิดตนเองไม่ได้อีกด้วย จากการศึกษาและวิจัย พบว่าการบริโภคข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ มีสารกาบามากกว่าข้าวกล้องปกติ 15 เท่า สามารถป้องกันการทำลายสมองและโรคสูญเสียความทรงจำได้ รวมทั้งผลการวิจัยต้านสุขภาพระบุว่าข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ที่ประกอบด้วยสารกาบาทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นต่อมไร้ท่อ (Anterior Pituitary) ซึ่งทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโต ทำให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อกระชับ ป้องกันการสะสมของไขมัน มีผลช่วยลดความดันโลหิตลดไลโปโปรตีนโคเลสเตอรอลชนิดความหนาแน่นต่ำในเลือด

จากคุณประโยชน์ต่าง ๆ อันมากมายของสารกาบาจากข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ จึงเป็นที่มาของการศึกษางานวิจัยในครั้งนี้ เพื่อศึกษากระบวนการเพาะงอกข้าวกล้องแบบสีเปลือกก่อนเพาะงอกเปรียบเทียบกับการสีเปลือกหลังจากเพาะงอก และระยะเวลาในการเพาะงอกที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถรักษาสารกาบาไว้สูงสุด