การศึกษาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพการห้ามเลือดของสารสกัดจากใบบัวบก ,ใบสาบเสือและใบกะเม็ง ที่มีส่วนผสมของคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลสที่สกัดจากชานอ้อย

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กัญจน์ เกิดไธสง, เตชิต ตริสกุล

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ศุภลักษณ์ ห้วยหงษ์ทอง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การห้ามเลือดคือกระบวนการสำคัญในการป้องกันไม่ให้ร่างกายสูญเสียเลือดออกจากระบบไหลเวียนเลือดเมื่อมีการฉีกขาดของหลอดเลือดโดยในร่างของมนุษย์การห้ามเลือดจะประกอบด้วยกลไกที่สำคัญ 2 กระบวนการคือ 1.ระบบการแข็งตัวเป็นลิ่มเลือด 2.ระบบการสลายลิ่มเลือด โดยทั้ง 2 ระบบจะทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้การห้ามเลือดของร่างกายอยู่ในสภาวะที่ปกติ(ชัชวาลย์ ศรีสวัสดิ์, 2555) ซึ่งสมุนไพรหลายชนิดมีฤทธิ์ห้ามเลือด ทำให้มีการนำสมุนไพรมาทำเป็นสารสกัดต่าง ๆ มาใช้เป็นยาในการห้ามเลือด

สมุนไพรที่นิยมใช้ในการห้ามเลือดเช่น ใบกะเม็ง(Eclipta prostrata (L.) L.), ใบบัวบก(Centella asiatica) ,ใบสาบเสือ(Chromolaena odorata) มาสมานแผลโดยใช้วางบริเวณแผลสด ซึ่งมีสรรพคุณในการลดการอักเสบ , เร่งการสร้างเส้นใยคอลลาเจน (อมรเทพ กลิ่นสุคนธ์ ,2552),เพิ่มปริมาณ ca2+ในเลือด(วารสารเทคนิคการแพทย์เชียงใหม่ ,2551) ตามลำดับ เมื่อนำยาต่างชนิดมาใช้ด้วยกันมีโอกาสเกิดการต้านฤทธิ์ยาคือยาออกฤทธิ์ตรงข้ามกันในเนื้อเยื่อเดียวกันเช่น ยาชนิดหนึ่งออกฤทธิ์กับยาอีกชนิดหนึ่งทำให้ยาไม่ออกฤทธิ์ ยาต่างชนิดออกฤทธิ์ตรงข้ามกัน เพิ่มการทำลายหรือเปลี่ยนแปลงของค่าเมตาบอลิซึมของยาอีกตัวหนึ่ง เป็นต้น(ภานุพงศ์ มหาพรหม, 2554) ดังนั้นเมื่อนำสมุนไพรมาใช้พร้อมกันยังไม่ทราบว่าจะทำให้สมานแผลได้ดีขึ้นหรือแย่ลงและการคงสภาพสารในการจัดเก็บตัวยาเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อให้ประสิทธิภาพของสารไม่เสื่อมสภาพ ซึ่งสารที่มีคุณสมบัติในการคงสภาพสภาพคือคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส ได้จากการสกัดเซลลูโลส พืชที่ได้รับความนิยมเนื่องจากมีเซลลูโลสมากคือชานอ้อย

ชานอ้อยเกิดเป็นสิ่งที่เหลือจากอุตสาหกรรมอ้อย ซึ่งอ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ในปีพ.ศ. 2558 มีการปลูกมากในปริมาณ 106 ล้านตัน และประเทศไทยส่งออกน้ำตาลเป็นอันดับที่ 2 ของโลก แต่หลังจากกระบวนการผลิตทำให้มีชานอ้อยหลงเหลือจากการกระบวนการผลิตมากกว่า 30 ล้านตันต่อปี (สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม ,2558) ชานอ้อยจึงควรนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ชานอ้อยมีประกอบไปด้วยเซลลูโลสถึงร้อยละ 46 ต่อมวล (ปรานีและศรีไฉล ,2541) และด้วยความที่ชานอ้อยมีปริมาณเซลลูโลสมากและมีคุณภาพสูงจึงสามารถนำไปเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส ที่มีคุณสมบัติคงสภาพ ก่อความหนืด และเป็นสารก่อเจล (กฤษณเวช และวิทวัส ,2554)

ด้วยเหตุผลข้างต้นทำให้คณะผู้จัดทำสนใจที่จะศึกษาประสิทธิภาพในการห้ามเลือดของสารสกัดจากสมุนไพรใบกะเม็ง ใบบัวบก และใบสาบเสือ ซึ่งมีฤทธิ์ในการห้ามเลือดและนำมาใช้ร่วมคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลสจากชานอ้อย เพื่อเป็นแนวทางการใช้สมุนไพรโดยไม่ให้เกิดผลเสียต่อการห้ามเลือดของแผล หรือใช้ในการประยุกต์สมุนไพรมาใช้ร่วมกัน และเพื่อนำความรู้ที่ได้มาสร้างวัสดุห้ามเลือดต่อไป