การศึกษาผลของไคโตซานร่วมกับฟลาโวนอยด์ต่อระบบการปลูกพืชไร้ดิน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

สิริมนต์ เสาระโส, พัณพษา ฤทธิวัชร, อรรถยา กองสินแก้ว

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ยุวธิดา ปักโคทานัง, สุคนธร ปักโคทานัง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนบุญวัฒนา

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การปลูกพืชในระบบไฮโดรโปนิกส์ เป็นวิธีการปลูกพืชที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะเป็นระบบที่ใช้

พื้นที่น้อยและเป็นระบบที่นำมาใช้เพื่อให้ได้ผักที่ปลอดสารพิษลดการปนเปื้อสารพิษจากดินอีกทั้งยังให้ผลผลิต

เร็ว แต่ในประเทศไทยมักพบปัญหาในการปลูกพืชไร้ดิน เช่น ขาดสูตรอาหารที่เหมาะสม ขาดวัสดุปลูก

ที่เหมาะสม ขาดแหล่งน้ำ นอกจากนี้การปลูกพืชไร้ดินยังก่อให้เกิดปัญหากับสิ่งแวดล้อม และการเกิดปัญหา

จากสารตกค้างทำให้ดินและน้ำเน่าเสียได้ โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาวัสดุธรรมชาติมาใช้ในการ

ปลูกพืชในระบบไร้ดิน โดยการนำไคโตซานและสารฟลาโวนอยด์ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติที่มีความปลอดภัย และมีสมบัติในการช่วยเสริมการเจริญเติบโตของพืชมาศึกษาถึงผลของไคโตซานและฟลาโวนอยด์ต่อการเจริญ เติบโตของผักสลัด 2 ชนิดได้แก่เรดโอ๊ค และบัตเตอร์เฮด โดยมีขั้นตอนการศึกษาดังนี้

  1. ศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมของเมทานอลต่อเอทานอลในการสกัดสารฟลาโวนอยด์จากเปลือกผลไม้ 3 ชนิดคือ เปลือกบัวหิมะ เปลือกกล้วย และเปลือกมะม่วง 2) ศึกษาการทำเม็ดบีดฟลาโวนอยด์ไคโตซานสำหรับ

บรรจุและควบคุมการปลดปล่อยสารฟลาโวนอยด์ในระบบการปลูกพืชไร้ดิน แบบ Deep Water Culture โดยแบ่งการศึกษากับพืชทดสอบเป็น 3 ระยะ คือ ระยะเพาะเมล็ดกล้าผักสลัด 2) ระยะการเลี้ยงต้นกล้า (ระยะ 7 - 14 วัน) ระยะหลังการเลี้ยงต้นกล้า (ระยะ 15 - 30 วัน) 3) ศึกษาผลของสารละลายไคโตซาน สารละลายฟลาโวนอยด์ และสารละลายผสมของไคโตซานต่อฟลาโวนอยด์ในการกระตุ้นการงอกของเมล็ด

บัดเตอร์เฮดที่ใช้เป็นสิ่งทดสอบ 4) ศึกษาผลของสารละลายฟลาโวนอยด์ ไคโตซาน และเม็ดบีดฟลาวโวนอยด์-ไคโตซาน ต่อการเจริญของพืชทดสอบ (เรดโอ๊ตและบัตเตอร์เฮด) ในระยะเพาะเลี้ยงต้นกล้า 5) ศึกษาผลของ

สารละลายไคโตซานสารละลายฟลาโวนอยด์และสารละลายผสมของไคโตซานต่อฟลาโวนอยด์ต่อการเจริญ ของพืชทดสอบในระยะหลังการเพาะเลี้ยงต้นกล้า 6) ศึกษาเปรียบเทียบการเจริญของพืชทดสอบที่ไม่ได้รับ

การสิ่งทดสอบและที่ได้รับสิ่งทดสอบตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยพิจารณา 1) จากความสูงของต้น (เซนติเมตร) โดยรวบใบขึ้นแล้ววัดความสูงจากบริเวณโคนต้นจนถึงปลายของใบบนสุด 2) จำนวนใบ 3) ขนาดลำต้น วัดเส้นผ่านศูนย์กลางเป็นเซนติเมตร โดยใช้ Vernier วัดที่บริเวณโคนต้นของต้นผัก 4) ความเข้มสี 5) ความยาวราก 6) น้ำหนักสดของใบ ลำต้น ราก และผลผลิตรวม และ7) น้ำหนักแห้งของใบ ลำต้น ราก และผลผลิตรวม

คำสำคัญ : ไคโตซาน ฟลาโวนอยด์ เม็ดบีดไคโตซาน ไฮโดรโปนิกส์ ปลูกพืชไร้ดิน