เครื่องฆ่าเชื้อช้อนส้อมด้วยรังสี UV-C แบบ 2 อิน 1

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

นฤมล สุขเมือง, ธีรภัทร โมราวงศ์, นาดา สมาเอ็ม

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ธนู แสงอินทร์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวัดทรงธรรม

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันประชากรส่วนใหญ่เริ่มหันมาดูแลรักษาสุขภาพมากขึ้นกว่าอดีต เนื่องจากการศึกษาค้นพบมากมายถึงผลดีและผลเสียตลอดจนการก้าวหน้าทางองค์ความรู้ด้านสุขภาพ การพัฒนาการของแบคทีเรียที่มีวิวัฒนาการสูงขึ้นซึ่งเป็นสาเหตุแห่งการก่อโรคต่างๆมากมาย จึงนำมาซึ่งแนวคิดเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพ ในปี พ.ศ.2552 ได้มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากแบคทีเรียเป็นจำนวนมาก และเนื่องจากการผิดสุขลักษณะของประชากร จึงนำมาซึ่งการรณรงค์ที่ได้กล่าวไว้ว่า “ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" จึงได้มีการนำหลักการรณรงค์ดังกล่าวมาปฏิบัติกันอย่างแพร่หลายอันจะเห็นได้จากการนำองค์ความรู้การฆ่าเชื้อแบคทีเรีย โดยการจุ่มน้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อภาชนะต่างๆ ตามสถานที่ๆให้บริการทางด้านอาหารจนไปถึงระดับครัวเรือนในปัจจุบัน แต่ ทว่าการใช้องค์ความรู้ดังกล่าวไม่สามารถฆ่าเชื้อได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การลวกช้อนส้อมได้กลายมาเป็นที่นิยมในประเทศไทยหลังจากมีมาตรฐานการควบคุมการระบาดของโรคไวรัสตับอักเสบเอ หลักการของการจุ่มลวกช้อนส้อมเหล่านี้ ก็มาจากการที่เราทราบกันว่า น้ำร้อนสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ เชื้อโรคที่น่ากลัวเหล่านั้น หากร่างกายได้รับเข้าไปแล้ว จะทำให้มีอาการเจ็บป่วยมาก น้อยขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของผู้ที่ได้รับเชื้อ หรือร้ายแรงที่สุดอาจจะถึงแก่ชีวิตได้ นั่นก็คือสาเหตุที่ทำให้คนเราเกลียดชังเชื้อโรคกันมาก และหวังว่าจะสามารถกำจัดออกไปจากอุปกรณ์ช้อนส้อมของเราได้ด้วยตนเองในทุกครั้งที่จะนำมาใช้ในการรับประทานอาหาร แต่ การทำลายเชื่อโรคที่ปนเปื้อนมาจากสารคัดหลั่งต่างๆต้องอาศัยอุณหภูมิที่สูงจึงจะสามารถฆ่าเชื่อโรคเหล่านี้ได้ ปัญหาคือน้ำร้อนในหม้อหุงข้าวตามศูนย์อาหารทั่วไปด้วยความจริงแล้วคือ อุณหภูมิน้ำไม่สูงพอที่จะทำลายเชื้อโรคได้ นอกจากจะไม่ทำให้เชื้อโรคตาย ยังทำให้เชื้อโรคเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่ามหาศาล สะสมอยู่ในน้ำนั้นอีกด้วย ด้วยความที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนน้ำใหม่ทุกชั่วโมง รังสีUVC ได้มีบทบาทนำเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกับเครื่องนึ่งภาชนะมากขึ้นในด้านการฆ่าเชื้อโรคในวงการแพทย์โดยเล็งเห็นข้อดีของรังสี UVC ที่เป็นคลื่นสั้นซึ่งมีผลกระทบเฉพาะต่อสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว(Unicellular organism) ,กลุ่มเนื้อเยื่อ (colony) และ เนื้อเยื่อบุผิว (Epithelium) เท่านั้น ซึ่งเป็นการลดอัตราเสี่ยงที่อาจเกิดได้จากการปฏิบัติงาน ตลอดจนเป็นการลดค่าใช้จ่ายเนื่องจากต้นทุนของรังสี UVC ที่ถูกกว่ารังสีอินฟาเรตได้ ดังนั้นทางคณะผู้จัดทำจึงได้เกิดแนวคิดการทำเครื่องฆ่าเชื้อช้อนส้อนด้วยรังสี UVC แบบเบ็ดเสร็จที่มีความสามารถในการฆ่าเชื้อโรคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตลอดจนมีการอบแห้งภายในตัวโดยไม่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกับเครื่องหนึ่งซึ่งมีความทั่วถึงทุกผิวสัมผัสโดยอาศัยองค์ความรู้ทางด้านคุณสมบัติของคลื่นรังสี UVC ที่มีการแผ่คลื่นความร้อน (220-290 นาโนเมตร) ได้อย่างรวดเร็วซึ่งมีผลต่อสารประกอบของสิ่งมีชีวิตจำพวกโปรตีนตลอดจนไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพมากกินไปเมื่อนำไปใช้ต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์คือ 1.)เพื่อศึกษาการฆ่าเชื้อช้อนส้อมด้วยรังสี UVC 2.)เพื่อสร้างเครื่องฆ่าเฃื้อช้อนส้อมด้วยรังสี UVC แบบ 2 in1 3.) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องฆ่าเฃื้อช้อนส้อมด้วยรังสี UVC แบบ 2 in 1 ซึ่งจากการทดลองการทดลองการอบแห้งของช้อนส้อมอย่างละ 1 คัน พบว่า ระยะเวลาที่ใช้เพื่อทำให้ช้อน 1 คันแห้งใช้เวลา 1.30 นาที ส่วนระยะเวลาที่ใช้เพื่อทำให้ส้อม 1 คันแห้งใช้เวลา 1 นาที ดังนั้นสรุปได้ว่าระยะเวลาที่เหมาะสมในการอบแห้งช้อนส้อมอย่างละ 1 คันอยู่ที่ 1 นาที และจากการทดลองการอบแห้งช้อนส้อม 5 คู่ ซึ่งมากที่สุดที่ใส่ได้ต่อ 1 ครั้ง พบว่า ระยะเวลาที่ใช้เพื่อให้ช้อนส้อมแห้งสนิท ใช้เวลา 5 นาที และจากการทดลองการฆ่าเชื้อด้วยรังสี UVC พบว่า เชื้อจากนมบูดผสมข้าวสวยที่นำไปอาบรังสีไม่เกิดเชื้อรา เนื่องจากได้รับการฆ่าเชื้อจากรังสี UVC ส่วนเชื้อจากนมบูดผสมข้าวสวยที่ไม่อาบรังสีเกิดเชื้อราขึ้น จึงสรุปได้ว่ารังสี UVC สามารถฆ่าเชื้อและอบแห้งช้อนส้อมได้จริงตามสมมุติฐานที่กำหนดไว้