วัสดุกันกระแทกจากกาบกล้วยโดยใช้สารแทนนินในการปรับปรุงคุณสมบัติด้านการยับยั้งการขึ้นรา

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ชนิกานต์ วีระกิติกุล, นันทวดี ขุนนุ้ย

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สิรินาถ ชุมพาที, ไมตรี สุดเรือง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสตรีพัทลุง

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2560

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การศึกษาประสิทธิภาพวัสดุดูดความชื้นจากไส้มันสำปะหลังมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโครงสร้างทางกายภาพของไส้มันสำปะหลัง เพื่อหาและเปรียบเทียบอัตราการดูดความชื้นของไส้มันสำปะหลังกับวัสดุดูดความชื้นจากวัสดุธรรมชาติ ซิลิกาเจล และดินดูดความชื้น เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการยับยั้งการขึ้นราของไส้มันสำปะหลังที่แช่ในสารสกัดจากเปลือกมังคุด และเพื่อหาอัตราส่วนของมวลไส้มันสำปะหลังต่อปริมาตรของกล่องบรรจุที่เหมาะสม ดำเนินการโดยการศึกษาลักษณะทางกายภาพ หาอัตราการดูดความชื้น (ร้อยละของมวลแห้ง) ของไส้มันสำปะหลัง เปรียบเทียบอัตราการดูดความชื้นของไส้มันสำปะหลังกับวัสดุธรรมชาติ ซิลิกาเจล และดินดูดความชื้น (Bentonite Clay) ทดสอบการขึ้นรา และหาอัตราส่วนของมวลไส้มันสำปะหลังต่อปริมาตรของกล่องบรรจุที่เหมาะสม ผลการทดลองพบว่า

  1. โครงสร้างของไส้มันสำปะหลังเป็นเนื้อเยื่อพาเรนไคมา (Parenchyma) ที่ภายในเซลล์และระหว่างเซลล์เป็นช่องว่างจำนวนมาก ซึ่งเป็นส่วนที่ดูดน้ำหรือความชื้นไปเก็บไว้

  2. ไส้มันสำปะหลังที่ความหนา 2 มิลลิเมตร มีอัตราการดูดความชื้น (ร้อยละของมวลแห้ง) มากที่สุด คือร้อยละ 45 รองลงมาคือ ความหนา 4 มิลลิเมตร ร้อยละ 39 และความหนา 8 มิลลิเมตร ร้อยละ 33 ตามลำดับ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับวัสดุดูดความชื้นที่เป็นวัสดุธรรมชาติ พบว่าไส้มันปะหลังมีอัตราการดูดความชื้นมากกว่าข้าวคั่วคือ ร้อยละ 39 แกลบ ร้อยละ 8 และถ่านไม้ร้อยละ 4 และเมื่อเปรียบเทียบกับซิลิกาเจล พบว่าไส้มันสำปะหลังมีอัตราการดูดความชื้นมากกว่าคือ ร้อยละ 38 แต่น้อยกว่าดินดูดความชื้น (Bentonite Clay) คือ ร้อยละ 68

  3. ไส้มันสำปะหลังที่แช่สารสกัดจากเปลือกมังคุดเป็นเวลา 2 วัน มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการขึ้นราได้ดีเท่ากับประเภทที่แช่ในสารละลายโซเดียมโปรปิโอเนตที่ความเข้มข้น 0.1 0.2 และ 0.3 โดยมวล คือผ่านไป 60 วันยังไม่ขึ้นรา และมีอัตราการดูดความชื้นร้อยละ 42 ซึ่งดีกว่าที่แช่ในสารละลายโซเดียมโปรปิโอเนตที่มีอัตราการดูดความชื้นร้อยละ 36

  4. อัตราส่วนของมวลไส้มันสำปะหลังต่อปริมาตรของกล่องบรรจุที่เหมาะสม คือไส้มันสำปะหลัง ที่มีมวล 1.0 - 2.0 กรัม ต่อปริมาตรกล่องบรรจุ 1,680 ลูกบาศก์เซนติเมตร กล่าวคือ ผ่านไป 4 สัปดาห์ มีการเพิ่มขึ้นของมวลไส้มันสำปะหลังน้อยคือร้อยละ 29.5 – 33 การเพิ่มขึ้นของมวลขนมน้อยคือ ร้อยละ 1-2 และขนมไม่เยิ้มและยังคงมีความกรอบ