วัสดุดูดซับน้ำและป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides ในพืชจากวัสดุธรรมชาติ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พันธุ์เอื้อ สุกดำ, ณฐมน การพานิช, นงนภัส เลียดรักษ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สิรินาถ ชุมพาที, ไมตรี สุดเรือง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสตรีพัทลุง

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานวัสดุดูดซับน้ำและป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides ในพืชจากวัสดุธรรมชาติมีวัตถุประสงค์เพื่อหาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพการดูดซับน้ำจากวัสดุธรรมชาติและสารพอลิเมอร์ดูดน้ำ เพื่อหาความเข้มข้นของสารสกัดจากเปลือกมังคุดที่เหมาะสมในการยับยั้งเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides และเพื่อหาประสิทธิภาพของวัสดุดูดซับน้ำและป้องกันเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides ด้านการเจริญเติบโตและการป้องกันการเกิดโรคในต้นพริก ผลการทดลองพบว่า

  1. ไส้ต้นมันสำปะหลังแบบละเอียด และแบบหนา 2.5 มิลลิเมตรมีประสิทธิภาพการดูดซับน้ำมากที่สุด คือ ร้อยละ 3,362±1.63 รองลงมาคือชานอ้อย ร้อยละ 3,307±1.46 ซึ่งมากกว่าขี้เถ้าแกลบ และขุยมะพร้าว ที่มีประสิทธิภาพการดูดซับน้ำร้อยละ 1,172±0.94 และ 244± 0.11 ตามลำดับ แต่น้อยกว่าสารพอลิเมอร์ดูดน้ำที่มีประสิทธิภาพร้อยละ 9,058±1.35 ของมวลแห้ง

  2. การสกัดเปลือกมังคุดในเอทานอล 95% ในอัตราส่วน 30 โดยมวลต่อปริมาตร และวางไว้ที่อุณหภูมิ ห้อง ทำให้ได้ปริมานสารสกัดได้มากที่สุด และความเข้มข้นของสารสกัดจากเปลือกมังคุดที่ 10, 100, และ1,000 ppm ที่ประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides ใกล้เคียงกัน

  3. พริกที่ปลูกด้วยดินรองก้นหลุมด้วยวัสดุดูดซับน้ำและป้องกันการเกิดโรคจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides มีขนาดลำต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.32±0.10 ความยาวลำต้นร้อยละ 26.92±0.3 และจำนวนใบร้อยละ160.00±2.08 และมีระยะเวลาการเหี่ยวตาย 19.33±1.15 วัน ซึ่งมากกว่าที่ปลูกโดยไม่ใช้วัสดุดูดซับน้ำและเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides และยังไม่ปรากฎลักษณะอาการของโรค (ผลจากการปลูกระยะ 15 วัน)