การพัฒนาประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus จากแผ่นแปะแผลไคโตซานและสารสกัดจากใบว่านสาบเสือ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ธนัชชา ภูฆัง, ไคริกา แก้วเถื่อน, ฟาติน โมลา

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

กนกวรรณ ขำฉวี, ชลาธร วิเชียรรัตน์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานเรื่อง การพัฒนาประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus จากแผ่นแปะแผลไคโตซานและสารสกัดจากใบว่านสาบเสือ ผู้จัดทำเล็งเห็นถึงความสำคัญและคุณสมบัติของใบว่านสาบเสือที่สามารถรักษาแผลสดจากการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละวัน ซึ่งลักษณะแผลที่เป็นแผลถลอกหรือแผลสด ซึ่งเมื่อเกิดบาดแผลจะมีสภาวะเลือดออกและอาจมีน้ำหนองเกิดขึ้น หากไม่ทำการรักษาที่ถูกวิธีหรือห้ามเลือดไม่ได้อย่างเหมาะสมจะทำให้แผลอักเสบและติดเชื้อรุนแรงได้ ซึ่งเชื้อที่เกิดขึ้นคือ Staphylococcus aureus ดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงได้เล็งเห็นและศึกษาในการทำแผ่นแปะแผลที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus และเมื่อนำไปใช้แล้วจะไม่ติดผิวหนังหรือทำให้บาดแผลเกิดรอยของวัสดุปิดแผล จึงค้นพบว่าไคโตซานมีคุณสมบัติทางด้านการแพทย์ที่เหมาะกับการทำวัสดุปิดแผล และเป็นการนำเอาเปลือกกุ้งที่เหลือจากการประกอบอาหารมาใช้ให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งยังมีส่วนผสมของสารสกัดจากใบว่านสาบเสือที่ช่วยยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus ซึ่งเป็นหนึ่งในวัชพืชที่มีสรรพคุณที่ช่วยให้เลือดจากบาดแผลแข็งตัวเร็วเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ใบว่านสาบเสือแทนการปล่อยทิ้งให้ลุกล้ำพื้นที่ของเกษตรกร คณะผู้จัดทำศึกษาหาประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus จากสารสกัดจากใบว่านสาบเสือ ซึ่งมีวิธีการทดลองทั้งหมด 3 ขั้นตอน คือ 1. การสกัดไคโตซานจากเปลือกกุ้ง 2. การสกัดสารสกัดจากใบว่านสาบเสือที่มีความเข้มข้นต่างกัน 10-50 ppm 3. ศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดจากใบว่านสาบเสือที่ยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus จากการศึกษาพบว่าแผ่นแปะแผลไคโตซานและสารสกัดจากใบว่านสาบเสือที่มีความเข้มข้น 50 ppm ยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus ได้ดีที่สุดโดยขนาดของ Clear Zone ที่ยับยั้งเชื้อ ได้ดีมีค่าเฉลี่ย 3.15 mm. อีกทั้งยังเป็นการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแทนการใช้แผ่นแปะแผลจากพลาสติกอีกด้วย