การศึกษาการสร้างฟิล์มเจลาตินจากเกล็ดปลาผสมกับกากกาแฟและซอร์บิทอลเพื่อขึ้นรูปเป็นถุงเพาะชำย่อยสลายได้

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

โชติภูมิ ภูวิโรจน์, พิชญุตม์ มีมงคล, กานต์ธีรา ทองคำชู

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

กรรณิการ์ ช้างต่อ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสตรีอ่างทอง

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

พลาสติกมีบทบาทต่อมนุษย์ในด้านต่าง ๆ มากมาย เช่น นํามาทําเครื่องมือทางการแพทย์ การขึ้นรูป เป็นถุงพลาสติกเพื่อใช้ใส่สิ่งของ การใช้พลาสติกในปริมาณมากก็ก่อให้ปัญหาขยะพลาสติกที่เพิ่มปริมาณตาม ไปด้วย เพราะพลาสติกใช้ระยะเวลาย่อยสลายนานถึง 400 ปี หรือถ้านําไปเผาก็ก่อให้เกิด มลพิษทางอากาศ นอกจากปัญหาขยะจากพลาสติกแล้ว ยังพบว่ายังมีขยะเปียกจากตลาดสดในแหล่งชุมชน ที่ก่อให้เกิดมลพิษทางน้ําและส่งกลิ่นรบกวน เช่น การทําปลาเค็ม ซึ่งจะมีเกล็ดปลาเหลือทิ้งเป็นจํานวนมาก ขยะจากร้านสวัสดิการของโรงเรียน เช่น กากกาแฟและกากชา เป็นต้น จากการศึกษาพบว่า เกล็ดปลามีสารไฮโดรคอนลอยด์ชนิดหนึ่ง คือ เจลาติน ที่จัดอยู่ในกลุ่มของโปรตีน เจลาตินในเกล็ดปลาสามารถผลิตฟิล์มเจลาตินได้ โดยผสมกับพลาสติไซเซอร์ คือ ซอร์บิทอล จะทําให้เจลาตินขึ้นรูปแผ่นฟิล์มได้ดี มีความยืดหยุ่น ใส มีความเหนียว และในกากกาแฟมีธาตุไนโตรเจน โพแทสเซียม ฟอสฟอรัสและสารอื่น ๆ ที่ช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโต นอกจากนี้กากกาแฟยังไล่สัตว์บางชนิด เช่น หอยทาก มด ในขณะเดียวกันยังสามารถเป็นตัวเรียก หนอนไส้เดือนซึ่งหนอนไส้เดือนมีประโยชน์มากต่อต้นไม้ เพราะจะเข้าไปซอกซอนดินเป็นการพรวนดินไปโดยอัตโนมัติ และกากกาแฟยังมีคุณสมบัติในการช่วยดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์อีกด้วย ทางคณะผู้จัดทําจึงมีความสนใจที่จะทำโครงงานวิทยาศาสตร์สาขาวิชาเคมี เรื่อง การศึกษาการสร้างฟิล์มเจลาตินจากเกล็ดปลาผสมกับกากกาแฟและซอร์บิทอลเพื่อขึ้นรูปเป็นถุงเพาะชำย่อยสลายได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบและหาปริมาณเจลาตินที่สกัดได้จากเกล็ดปลานิล ศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างเจลาติน กากกาแฟ และซอร์บิทอลในการสร้างฟิล์มเจลาตินย่อยสลายได้ และเพื่อทดสอบคุณสมบัติของฟิล์มเจลาตินย่อยสลายได้ จากนั้นนำไปขึ้นรูปเป็นถุงเพาะชำ โดยการนําเกล็ดปลานิลมาสกัดด้วยสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 0.2 M และกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.2 M จากนั้นนําไปขึ้นรูปเป็นแผ่นฟิล์ม โดยการผสมเจลาตินจากเกล็ดปลานิล กากกาแฟ และซอร์บิทอล ในอัตราส่วน10:3:1,10:3:2และ10:3:5นําไปอบที่อุณหภูมิ60องศาเซลเซียสเป็นเวลา 12 ชั่วโมง แล้วนําไปทดสอบคุณสมบัติของฟิล์ม ได้แก่ ความหนา การทนต่อแรงดึง การละลายน้ํา และการย่อยสลายได้