การพัฒนาสารสกัดสีย้อมจากใบมันสำปะหลังเพื่อป้องกัน UV และยับยั้งการเกิดเชื่อราบนผ้าไหม

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พัชราภรณ์ พัฒนิยม, ญาดารัตน์ ด้วงอยู่, ณัฐณิชาช์ อ้นสิงห์มา

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เพื่อนจิต สิงห์เผ่น, สุกัญญา จันทรัตน์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ทดลองย้อมผ้าไหมด้วยเหล็กคลอไรด์ร่วมกับน้ำดินโคลนใส และเหล็กคลอไรด์ร่วมกับน้ำมะขาม ที่ระดับความเข้มข้นที่แตกต่างกัน ทดสอบการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ชนิดแกรมบวก Staphylococcus aureus (S. aureus) พบว่า สีย้อมจากเหล็กคลอไรด์และน้ำดินโคลนใส 3% และน้ำมะขาม3%, 5% สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ 100% และสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ชนิดแกรมลบ Escherichia coli (E. coli) พบว่า ผ้าไหมที่ย้อมด้วยสารสกัดจากใบมันสำปะหลังและใส่สารช่วยติดสี คือ เหล็กคลอไรด์และน้ำดินโคลนใส 1% และ 5% สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ 100% ผ้าไหมที่ย้อมด้วยผ้าไหมด้วยเหล็กคลอไรด์ร่วมกับน้ำดินโคลนใส และเหล็กคลอไรด์ร่วมกับน้ำมะขามจะให้ลักษณะสีย้อมที่แตกต่างกัน

จากการตรวจสอบการวัดความมืด ความสว่างของผ้าไหม (ค่า L*) โดยใช้ระดับความเข้มข้นของ มอร์แดนที่แตกต่างกัน พบว่า เหล็กคลอไรด์ ร่วมกับน้ำดินโคลนใส ที่ 1, 3, และ 5 เปอร์เซ็นต์ ทีค่า L* เท่ากับ 58.00, 59.15, 60.17 ตามลำดับ สำหรับการใช้เหล็กคลอไรด์ร่วมกับน้ำมะขาม 1, 3, และ 5 เปอร์เซ็นต์ ที่ค่าL* เท่ากับ 64.91, 67.71, และ 69.61 ตามลำดับ

การใช้เหล็กคลอไรด์ร่วมกับน้ำดินโคลนใส 1 เปอร์เซ็นต์ จะให้ค่า a* สูงที่สุด สำหรับการใช้เหล็กคลอไรด์ร่วมกับน้ำดินโคลนใส 5 เปอร์เซ็นต์ จะให้ค่า a* ต่ำที่สุด ทางด้านการใช้เหล็กคลอไรด์ร่วมกับน้ำมะขาม 5 เปอร์เซ็นต์ เป็นมอร์แดน จะให้ค่า a* สูงที่สุด และการใช้เหล็กคลอไรด์ร่วมกับน้ำมะขาม 1 เปอร์เซ็นต์ เป็นมอร์แดน จะให้ค่า a* ต่ำที่สุด

การใช้เหล็กคลอไรด์ร่วมกับน้ำดินโคลนใส 5 เปอร์เซ็นต์ จะให้ค่า b* สูงที่สุด สำหรับการใช้ เหล็กคลอไรด์ร่วมกับน้ำดินโคลนใส 1 เปอร์เซ็นต์ จะให้ค่า b* ต่ำที่สุด ทางด้านการใช้เหล็กคลอไรด์ร่วมกับ น้ำมะขาม 5 เปอร์เซ็นต์ เป็นมอร์แดน จะให้ค่า b* สูงที่สุด และการใช้เหล็กคลอไรด์ร่วมกับน้ำมะขาม 1 เปอร์เซ็นต์ เป็นมอร์แดน จะให้ค่า b* ต่ำ